แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Elastix แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Elastix แสดงบทความทั้งหมด

1/10/2557

การคอนฟิก Zap Channels DIDs

1. Inbound Call Routing
ในกรณีที่เราใช้ E-1 PRI signaling ทุก calls ที่เข้ามาจะมี caller ID และ DID number (เบอร์ปลายทาง) เราสามารถ detect DID number
แล้วกำหนด routing ตามต้องการได้ เช่น DID 02XXXYYYY ให้ไปที่แผนกขาย DID 02XXXZZZZ ให้ไปที่แผนกบัญชี   แต่สำหรับระบบ analog
นั้น caller ID จะต้องขอเพิ่มถ้าต้องการ ส่วน DID number นั้นไม่ได้ส่งมา เพราะระบบ analog นั้นถือว่าแต่ละ line ก็มีเบอร์ของตัวเองอยู่แล้ว
ดังนั้นในระบบ analog ถ้าเราต้องการให้ Elastix detect DID number แล้วทำ routing ตามต้องการนั้น เราจะต้องกำหนด DID number ให้กับ
แต่ละ channels (lines) ที่เข้าระบบ Elastix
2. การกำหนด DID number ให้กับ lines ที่เข้าระบบ Elastix
ไปที่ PBX -> PBX Configuration -> Zap Channel DIDs > Add Zap Channel


Channel: = channel ที่ 1, 2, 3, ... บนการ์ด analog FXO module
Description: คำอธิบาย
DID: กำหนด DID number ให้กับ channel นี้ (อาจจะเป็นเบอรฺโทรศัพท์จริงๆของ line ที่ต่อกับ channel นี้ก็ได้)

กำหนดให้ channel 2, ทำทุก channel ที่ต้องการ
3. การกำหนด Inbound Routes 
ไปที่ PBX -> PBX Configuration -> Inbound Routes -> Add Incoming Route

Description: = คำอธิบาย
DID Number: = DID number ที่กำหนดให้ channel ต่างๆ

กำหนดปลายทางให้กับ Inbound Routes
4. ขั้นตอนสุดทัาย
Zap Add DIDs จะทำงานได้ตามต้องการนั้น จะต้องเซ็ต context ของ lines ที่เข้ามาให้เป็น from-zaptel
อาจจะทำได้โดนการ edit ไฟล์ /etc/asterisk/chan_dahdi.conf และ dahdi-channels.conf   ในที่นี้เราจะเปลียน
โดยการเพิ่ม context_lines from-zaptel ในไฟล์ /etc/dahdi/genconf_parameters แล้วบันทึกไฟล์

run command
#dahdi_genconf
#dahdi_cfg -vv
#service dahdi restart           ; restart card driver
#amportal restart                 ; restartElastix

การคอนฟิกระบบ DISA บน Elastix VoIP

1. DISA คือ อะไร?

DISA ย่อมาจาก Direct Inward System Access หมายถึงระบบที่ยอมให้เราโทรจากภายนอก
เข้าสู่ Elastix แล้วได้ dialtone จาก Elastix จากนั้นสามารถโทรไปปลายทางผ่าน trunk ที่มีค่าใช้จ่าย
ถูก (เช่น VoIP SIP trunk เป็นต้น) เพื่อลดค่าใช้จ่าย
ยกตัวอย่างเช่น เราอยู่นอกออฟฟิซ แล้วต้องติดต่อไปเบอร์ต่างประเทศ เราก็โทรเข้าออฟฟิซ ก็จะได้
เสียงตอยรับจากระบบ IVR หลังจากนั้นเรากดเบอร์ที่กำหนดเพื่อเข้าระบบ DISA เราจะได้ dialtone
จาก Elastix เรากด 8 + ระหัสประเทศ + เบอร์ปลายทาง เราก็สามารถติดต่อต่างประเทศผ่าน SIP trunk
(ในตอนที่แล้วเรากำหนด ตัด 8 เพื่อโทรออกผ่าน SIP trunk)

2. เริ่มคอนฟิก

     ขั้นแรกสร้าง voice menu สำหรับ IVR
     ขั้นที่สองคอนฟิก DISA
     ขั้นที่สามคอนฟิก IVR
     ขั้นที่สี่คอนฟิก Inbound Route ใหม่ เพื่อให้สายเข้าวิ่งมาที่ IVR
     ขั้นที่สี่ทดสอบระบบ



ขั้น แรกสร้าง voice menu สำหรับ IVR ไปที่ PBX -> PBX Configuration -> System Recordings เราสามารถ upload .wav file หรือจะอัดเสียงผ่านเบอร์
ภา นในเบอร์ใดเบอร์หนึ่งก็ได้ เสียงที่เราอัดก็จะประมาณนี้ "บริษัท xyz ยินดีต้อนรับ กด 0 เพื่อติดต่อ operator หรือ กดเลขหมายภายในที่ท่านทราบ" สำหรับ
เลขหหมายที่จะเข้าสู่ระบบ DISA ไม่ต้องประกาศเพราะให้รู้กันเป็นการภายในเท่านั้น หลังจากอัดเสียงจนพอใจแล้วก็ให้ save ในชื่อ mainmenu

ขั้นที่สองคอนฟิก DISA ไปที่ PBX -> PBX Configuration -> DISA -> Add DISA
DISA Name = DISA-1 (ตั้งตามต้องการ)
PIN = 6789 (ตั้งตามต้องการ หรือ จะไม่ใช้ PIN ก็ได้)
Allow Hangup ถ้าเลือก option นี้ เราสามารถกด ** เพื่อวางหูจากเบอร์ที่คุยอยู่ แล้วจะได้ dialtone อีกครั้งเพื่อโทรไปหา
เบอร์ตามต้องการ
options ที่เหลือตาม default ก็ OK

ขั้นที่สามคอนฟิก IVR ไปที่ PBX -> PBX Configuration -> IVR -> Add IVR
Name = firstIVR
Announcement = mainmenu (เสียงที่เราบันทึกไว้)


กด 0 เพื่อติดต่อเบอร์ 1000 (กำหนดให้เป็น operator)
กด 9 เพื่อเข้าระบบ DISA
หลังจากนั้นก็ให้คอนฟิก Inbound Route ใหม่ เพื่อให้สายเข้าวิ่งมาที่ IVR
เราก้พร้อมที่จะทดสอบและใช้งานจริง

การติดตั้ง Install Elastix VoIP

1. แนะนำ Elastix

Elastix เป็นซอฟท์แวร์ IP-PBX ที่รวมซอฟท์แวร์ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้ทำงานได้หลากหลายและ
มีประสิทธิภาพ Elastix version 1.5.2 ประกอบด้วย
     - Asterisk 1.4.x ซอฟท์แวร์ PBX ที่ได้รับความนิยมสูงสุด
     - VTigerCRM ซอฟท์แวร์ CRM
     - A2Billing บิลลิ่งสำหรับ Asterisk
     - Hylafax แฟกซ์เซิฟเวอร์

     - FreePBX เว็บอินเตอร์เฟสสำหรับ Asterisk
     - OSLEC ซอท์ฟแวร์ตัดเสียงเอคโค่
     - Postfix/Round Cube webmail
     - CentOS 5.2
     - Etc
2. Hardware Sizing
ข้อมูล hardware sizing และ ตัวอย่างระบบที่ติดตั้งใช้งานได้ ดูได้จาก www.voip-info.org
ในกรณีที่ต้องการติดตั้งเพื่อทดสอบซอฟท์แวร์ หรือใช้งานในออฟฟิสเล็กๆ มีพนักงาน 10-15 คน spec
ต่อไปนี้ก็สามารถรองรับได้
     - CPU speed > 1 GHz
     - RAM 512 - 1024 MB
     - HD 40 - 80 GB
     - LAN 100 Mbps
     - Telephone cards, X100P, X410P
3. Elasrix 1.5.2
ดาวน์โหลดได้ที่ www.elastix.org
ซอฟท์แวร์ที่ดาวน์โหลดมาจะเป็น .iso สามารถใช้โปรแกรม เช่น Nero
เขียนลงแผ่น CD ได้เลย
4. การติดตั้ง Elastix 1.5.2
หลังจากได้ CD มาแล้ว เซ็ต bios ของ PC ที่จะติดตั้งให้ boot จาก CD
reboot เครื่อง แล้วทำตามขั้นตอนได้เลย



พิมพ์ linux text แล้ว enter





เลือกภาษาในการติดตั้ง





เลือก keyboard





ข้อความต้อนรับ


คำเตือน !!!



ลบ partitions ทั้งหมด (ระวังข้อมูลเดิมใน disk จะถูกลบทั้งหมด)



ยืนยัน



เลือกดู partition layout



เลือก OK กด enter



เลือก GRUB Boot Loader



Just enter


Just enter



Just enter



เลือก MBR



เซ็ต Time Zone



เซ็ต password



เลือก Package Group



Just enter



ระบบกำลังติดตั้ง Packages 10 - 20 นาทีก็เสร็จ แล้วระบบจะ reboot
ให้เรากำหนด ip address, netmask, gateway โดยใช้คำสั่ง setup (ทำที่ command prompt ของ centos)
ในกรณีของเรา กำหนด
     - ip = 192.168.1.100
     - netmask = 255.255.255.0
     - gateway = 192.168.1.1
ถึงตอนนี้เราก็พร้อมที่จะคอนฟิก Elastix 1.5.2 ได้แล้ว

การ Configuration Elastix VoIP

1. Login Elastix

ในตอนที่แล้วเราได้ติดตั้ง Elastix 1.5.2 เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องใช้ PC อีกตัวใช้ web browser
connect ไปที่ PC ที่ติดตั้ง Elastix คือ https://192.168.1.100 จะได้ login screen ดังนี้




ใช้ Username=admin Password=palosanto   เมื่อเข้าสู่ระบบให้ไปที่ System -> Hardware Detection
เลือก Replace file chan_dahdi.conf แล้วคลิกปุ่ม Detect New Hardware ระบบจะทำการ scan card
ในภาพข้างล่าง ระบบ detect เจอการ์ด TDM410P โดย channel 1 จะเป็น FXO (ต่อกับสายนอก)
channel 2-4 จะเป็น FXS (ต่อกับเครื่องโทรศัพท์)   ให้ต่อสายนอกที่มาจาก TOT หรือ TRUE เข้ากับ
port 1 (port ที่อยู่ด้านบนใกล้กับตำแหน่งสกรูล็อคการ์ดเข้ากับ PC)   ส่วน port 2-4 ให้ต่อเข้ากับ
เครื่องโทรศัพท์ธรรมดา

2. การเพิ่มเบอร์ภายใน
การเพิ่มเบอร์ภายในทำได้โดยการคลิก PBX -> PBX Configuration -> Extensions จะเห็น
dropdown ให้เลือกชนิดของ device   SIP Device คือ IP phone, softphone เป็นต้น ส่วน
ZAP Device คือ เครื่องโทรศัพท์ธรรมดา   เลือก ZAP Device แล้วคลิกปุ่ม Submit
  
ระบบจะแสดงหน้า Add ZAP Extension ใส่ข้อมูลดังนี้
     - User Extension = 2000
     - Display Name = 2000
     - Channel =2 (ดูจากการ scan hardware channel 2-4 คือ FXS ที่เราจะต่อกับเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา)
แล้วคลิกปุ่ม Submit (อยู่ด้านล่างของหน้า)




ระบบจะแสดงข้อความ "Apply Configuration Changes Here" ให้คลิกที่ข้อความนี้เพื่อยืนยันการเพิ่มเบอร์ภายใน
เราก็จะได้เบอร์ภายในแบบใช้เครื่องโทรศัพท์ธรรมดามาหนึ่งเบอร์ ต่อไปเราจะเพิ่มเบอร์ที่เป็น SIP Device


การเพิ่มเบอร์ภายในที่เป็น SIP Device ให้เลือก dropdown list เป็น SIP Device แล้วใส่ข้อมูล ดังนี้
     - User Extension = 1000
     - Display Name = 1000
     - Secret = 1234 (นี่คือ password ที่ SIP phone ใช้เพื่อ connect กับระบบ)


 หลังจากคลิก Submit และ คลิกยืนยัน ระบบก็จะเพิ่มเบอร์ภายในแบบ SIP ให้อีกเบอร์ ดังรูปข้างล่าง


การใช้งานเบอร์ภายในแบบ SIP นั้น เราอาจจะใช้ IP Phone (เช่น cisco, snom, polycom)
หรือ ใช้ ATA (เช่น lynksys PAP2T) + เครื่องโทรศัพท์ธรรมดา หรือ ใช้ softphone (เช่น
x-ten)
ดูการเซ็ต x-ten Link ...
ถึงตอนนี้เราก็สามารถโทรภายในระหว่างเบอร์ 1000 และ เบอร์ 2000 ได้แล้ว
นอกจากนั้นเราสามารถโทรออกเบอร์ภายนอกได้โดยโทร 9 + เบอร์ภายนอก
3. คอนฟิกการโทรเข้า
การโทรเข้าสามารถสร้างระบบ IVR ตอบรับได้ อย่างไรก็ตามในที่นี้เราจะคอนฟิกง่ายๆ
ให้สายโทรเข้าไป ring ที่เบอร์ 2000 ขั้นตอนมีดังนี้
PBX -> PBX Configuration -> Inbound Routes -> Add Incoming Route
     - Description = From-External (ตั้งตามต้องการ)
  - Extensions = 2000 (เลือก extension ที่เราต้องการให้รับสายโทรเข้า)
แล้วคลิกปุ่ม Submit

 แล้วคลิกข้อความ "Apply Configuration Changes Here" เพื่อยืนยัน

4. การเพิ่ม SIP Trunk
SIP Trunk คือ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง Elastix กับ ผู้ให้บริการ VoIP (Voip -> PSTN, VoIP -> GSM)
หรือ ระหว่าง Elastix กับ Elastix อีกตัว โดยที่การติดต่อนี้จะใช้ SIP protocol   ขั้นตอนการเพิ่ม SIP trunk คือ
     - register กับ VoIP providers เช่น mouthmun cat2call tot netcall
     - คอนฟิก Trunks ใน Elastix
     - คอนฟิก Outbound Routes ใน Elastix
ในกรณีของเรา จะยกตัวอย่างของ tot netcall สมมติว่า
     - username =0681097902 (ได้จาก tot)
     - password or secret = mysecret
 PBX -> PBX Configuration -> Trunks -> Add SIP Trunk
     - Outbound Caller ID = 0681097902



Trunk Name = nc-01
PEER Details ตามรูปข้างล่าง



USER Context = 0681097902
USER Details ตามรูปข้างล่าง

PBX -> PBX Configuration -> Outbound Routes -> Add Route
     - Route Name = 8_outsip
     - Dial Patterm = 8|.

Trunk Sequence = SIP/nc-01


คลิก Submit Changes และ คลิกข้อความยืนยัน   เราก็จะได้ SIP Trunk และ Outbound Route สำหรับการโทรออกผ่าน
VoIP provider - tot netcall
สรุป
     - โทรภายในกดเบอร์ภายในโดยตรง เช่น 1000, 2000 สามารถเพิ่มได้ตามต้องการ
     - โทรออกผ่าน PSTN (tot, true) โทร 9 + เบอร์ปลายทาง เช่น 90818057885, 9025255143
     - โทรออกผ่าน tot netcall โทร 8 + เบอร์ปลายทาง เช่น 80818057885, 8025255143
     - สายเข้าจะ ring ที่เบอร์ 2000

โปรแกรม Elastix นี้ทำอะไรได้บ้าง



โปรแกรม Elastix (เว็บไซต์ http://www.elastix.org) เป็นโปรแกรมประเภท Unified Communications หรือเรียกง่ายๆว่าเอาไว้สื่อสารกันนั่นเอง สื่อสารได้ทั้งเสียงและภาพ เป็น VoIP (SIP) Server เป็น Voicemail เป็น IPPBX และเป็นอะไรได้อีกหลายอย่างแล้วแต่เราจะใช้งานอย่างไร โดยหลักแล้วข้างใน Elastix จะมีโปรแกรม Asterisk ที่มีชื่อเสียง เป็น SIP Server และมีโปรแกรม FreePBX เป็นเว็บแอดมินสำหรับ Asterisk ทำให้เราคอนฟิกได้ง่ายขึ้นด้วยเว็บอินเตอร์เฟส มี CentOS เป็นระบบปฏิบัตการ นอกจากนั้นก็มีโปรแกรมอื่นเสริมเพิ่มเติมขึ้นมาอีก เช่น Fax Server, Fax to Mail, Mail to Fax, Mail server, Instant Messanger (IM), IVR, Call Center Server เป็นต้น

โปรแกรม Elastix นี้เป็นโปรแกรมแบบ Opensource อยู่ภายใต้ GPL v.2นะครับ หมายความว่าเราสามารถเอาไปใช้งานได้ฟรีๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินให้ผู้พัฒนาแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเอาไปใช้งานส่วนตัวหรือว่าให้บริการลูกค้าก็ตาม แต่ก็สามารถบริจาคให้ผู้พัฒนาเขาก็ได้นะครับ

ผู้คนส่วนใหญ่ที่ใช้ โปรแกรม Elastix นี้ เขาจะทำเป็น IP PBX, Call Center, VoIP Server (SIP/IAX2/H.323), Voice Logger Server, Voice Mail server, Fax Server, File Server นะครับ หรือถ้าใครมีไอเดียอย่างอื่นก็นำไปใช้งานได้ครับ หากใครกำลังมองหาโปรแกรมแบบนี้ ซึ่ง ฟรี เสถียร ใช้งานได้ไม่จำกัด (ไม่ต้องจ่ายค่าไลเซ่น) ลงทุนไม่มาก (มีเฉพาะค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะติดตั้ง) ไม่ต้องใช้เครื่องที่มีเสป็คสูง ไม่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญมากนัก ผมว่าโปรแกรมนี้เหมาะที่สุดแล้วครับ และยังลงโปรแกรมอื่นๆที่ลงบน CentOS ได้เพิ่มเติมอีกนะครับ สุดยอดจริงๆเลย

ต่อไปมาดูกันว่าโดยรวมๆแล้วโปรแกรม Elastix นี้ทำอะไรให้เราได้บ้าง โดยแยกออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะการใช้งานดังต่อไปนี้

คุณสมบัติทั่วๆไป
1. มีความช่วยเหลือการใช้งานแบบ Online และแบบที่มีอยู่ในโปรแกรม มีเว็บคอนฟิก
2. เมนูเว็บรองรับ 20 ภาษา (ยังไม่มีภาษาไทย)
3. มอนิเตอร์ทรัพยากรในเครื่องได้ เช่น CPU, RAM, Harddisk จำนวน Call เป็นต้น
4. คอนฟิกเน็ตเวอร์คได้ เช่น ไอพีแอดเดรส
5. ชัทดาวน์ รีสตาร์ท เซอร์เวอร์ได้จากเว็บเพจ
6. กำหนดระดับการเข้าถึงเมนูในเว็บเพจได้
7. อัพเกรดโปรแกรมได้จากหน้าเว็บเพจ
8. สามารถแบ็คอัพและอัพโหลดคอนฟิกได้
9. เปลี่ยนสกินได้
10. คอนฟิกวันที่ เวลา และไทม์โซน บนเซอร์เวอร์ได้จากหน้าเว็บเพจ

คุณสมบัติเกี่ยวกับ IPPBX
1. สามารถบันทึกเสียงการสนทนาได้ ค้นหา และฟังเสียงได้จากหน้าเว็บเพจ
2. สามารถสร้าง IVR ทำเมนู IVR ได้จากหน้าเว็บเพจ
3. รองรับการสังเคราะห์เสียง
4. สามารถสร้างเบอร์ Extension ได้คราวละมากๆ โดยการอิมพอร์ตจากไฟล์ CSV
5. มีโปรแกรมกำจัดเสียงสะท้อน (integrated echo canceller) ทำให้ไม่มีเสียงสะท้อนขณะคุยโทรศัพท์
6. สามารถคอนฟิก ip phone เฉพาะรุ่นที่รองรับ ได้คราวละมากๆ ผ่านหน้าเว็บเพจ ไม่ต้องเสียเวลาคอนฟิกทีละเครื่อง
7. รองรับ Video phone
8. สามารถดีเท็คและติดตั้งการ์ด FXS, FXO, ISDN, E1 ได้โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะการ์ดเหล่านี้รองรับ Zaptel/DAHDI จากผู้ผลิตชั้นนำ จึงทำให้การเชื่อมต่อกับ PSTN เป็นไปได้ง่ายมาก
9. สามารถทำงานเป็น DHCP Server เพื่อแจกจ่ายไอพีแอดเดรสให้ IP Phone (ที่อยู่ในเน็ตเวอร์คเดียวกัน) ได้
10. มี Operator Panel เป็นกราฟิกดูผ่านเว็บเพจ สำหรับมอนิเตอร์สถานะการทำงานของ Extension, Trunk, Queue ในขณะที่กำลังโทร สามารถโอนสายได้โดยการลาก (drag) แล้ววาง (drop) รวมทั้งการทำ Call parking ได้ด้วย (รับสายแทนจากเบอร์ Extension อื่นได้)
11. มี CDR (Call Detail Report) ไว้ค้นหารายงานการโทรเข้า โทรออก โดยสามารถค้นหาได้ตามวันที่ เบอร์ Extension เป็นต้น
12. มีรายงาน Billing ทำให้รู้ยอดการโทรออกได้ และสามารถค้นหาได้ตามเบอร์ต้นทางและเบอร์ปลายทาง เป็นต้น
13. มีรายงานจำนวนช่องที่ใช้งานในแต่ละช่วงเวลา เรียงตามเทคโนโลยี เช่น SIP, ZAP, IAX, Local และ H.323
14. รองรับ Call Queue ทั้งแบบ Static และ Dynamic Queue เหมาะสำหรับการใช้งานเป็น Call Center
15. สามารถใช้งานเป็น Conference Server ได้ สามารถสร้างห้องประชุมได้ทั้งแบบ Dynamic และ Static สร้างได้จากหน้าเว็บเพจ ในการประชุมรองรับทั้งเทคโนโลยี SIP, IAX, H.323, MGCP, SKINNY เป็นต้น
16. รองรับโคเด็ค ADPCM, G.711 (a/u law), G.722, G.723.1 (pass through), G.729 (ซื้อไลเซ่นเพิ่ม), GSM, iLBC
17. รองรับการ์ดเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบอนาล๊อก เช่น FXS/FXO
18. รองรับการ์ดเชื่อมต่อแบบดิจิตอล เช่น E1/T1/J1 ด้วยโปรโตคอล PRI/BRI/R2
19. รองรับการเชื่อมต่อกับบลูธูทจากเครื่องโทรศัพท์
20. รองรับ Caller ID เมื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือเบอร์โทรศัพท์ที่รองรับโชว์เบอร์
21. รองรับการทำงานแบบหลาย Trunk ทั้ง SIP/IAX/Zaptel/Dahdi/H.323
22. รองรับการทำ Dial Plan และมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อการโทรออกผ่านเร้าท์ต่างๆได้ทั้งการโทรเข้าและโทรออก
23. รองรับการทำงานแบบ Follow Me
24. รองรับการโทรเข้าหลายเบอร์พร้อมๆกัน Ring Group
25. รองรับ Paging และ Intercom สำหรับเครื่อง IP Phone ที่รองรับบริการนี้
26. รองรับการทำ Call Routing โดยเงื่อนไขตามเวลา Time Condition
27. รองรับการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้โทรออก
28. มี Direct Inward System Access (DISA) สามารถโทรจากสายนอกมายัง IPPBX (Elastix) ได้
29. รองรับ Callback โดยโทรเข้ามายัง IPPBX แล้วระบบจะโทรกลับ

คุณสมบัติเกี่ยวกับ Fax
1. เป็น Fax Server ด้วยโปรแกรม HylaFax ที่โด่งดัง
2. คอนฟิกพารามิเตอร์เกี่ยวกับแฟ็กซ์ด้วยเว็บเพจ
3. ดาวน์โหลดเอกสารแฟ็กซ์จากหน้าเว็บเพจได้ เป็นเอกสาร pdf
4. สามารถส่งแฟ็กซ์ไปยังอีเมล์ได้ (fax-to-email)
5. สามารถแก้ไขอีเมล์เทมเพลท (สำหรับการใช้งาน fax-to-email) ได้
6. สามารถกำหนดไว้ว่าจะให้ใครเข้ามาใช้งานแฟ็กซ์ได้บ้าง (white list)
7. ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถติดตั้งโปรแกรมปลั๊กอิน WinprintHylafax ทำให้ส่งเอกสารจากวินโดวส์ไปยังเครื่องแฟ็กซ์ได้

คุณสมบัติเกี่ยวกับ Instant Messaging
1. มี Instant Messaging (IM) Server ในตัว โดยใช้โปรแกรม OpenFire และอินติเกรตเข้ากับ Asterisk เรียบร้อยแล้ว สื่อสารกันด้วยโปรโตคอล Jabber ซึ่งโปรแกรมที่รองรับโปรโตคอลนี้ก็จะสื่อสารกันผ่าน IM ได้
2. ถ้าใช้โปรแกรม Spark และติดตั้งปลั๊กอิน Asterisk-IM ก็จะสามารถโทรหากันได้ แทนที่จะพิมพ์คุยกันอย่างเดียว
3. รองรับการจัดกลุ่มของผู้ใช้ IM
4. รองรับการเชื่อมต่อกับ IM gateways อื่น เช่น MSN, Yahoo, GTalk, ICQ เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นที่ใช้ IM ต่างผู้ผลิตกันได้
5. มีรายงานการใช้งานของยูสเซอร์ได้ และรองรับปลั๊กอินเพื่อขยายขอบเขตการทำงาน
6. รองรับโปรโตคอล LDAP
7. รองรับการเชื่อมต่อระหว่าง Server เพื่อแชร์ยูสเซอร์ระหว่าง Server

คุณสมบัติทางด้าน Email
1. มี Mail server พร้อมรองรับหลายโมน
2. ใช้ Postfix เป็น Mail server จึงรองรับอีเมล์ปริมาณสูงๆได้
3. คอนฟิกผ่านทางหน้าเว็บเพจ
4. สามารถคอนฟิกเน็ตเวอร์คที่จะยอมให้รับส่งเมล์ได้
5. มี Webmail โดยใช้โปรแกรม Roundcube ซึ่งรองรับภาษาไทย
6. กำหนดโควต้าของ Mailbox ได้ และคอนฟิกโควต้าจากเว็บเพจได้

คุณสมบัติด้านการบริหารและการจัดการลูกค้า
1. มีปฏิทิน ทำบันทึกตารางการนัดหมาย พร้อมเตือนด้วยเสียงเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้
2. มีสมุดโทรศัพท์ สามารถสั่งให้โทรหาเบอร์ปลายทางอย่างง่ายๆแค่เพียงคลิ๊ก (click-to-dial)
3. มีโปรแกรม CRM ดัง 2 โปรแกรม คือ vTtigerCRM และ SugarCRM จึงสามารถบริหารลูกค้าได้อย่างง่ายดายพร้อมทั้งมี Trouble Ticket ไว้รับการแจ้งปัญหาจากลูกค้าและการติดตามการแก้ไขปัญหาด้วย (อยู่ในโปรแกรม vTigerCRM)

โปรแกรมเสริม
1. โปรแกรม A2Billing ซึ่งสามารถใช้งานเป็น Billing, Calling Card, Callback
2. โปรแกรม vTirgerCRM
3. โปรแกรม SugarCRM
4. โมดูล Call Center
5. โปรแกรม Openfire

โมดูล Call Center
Elastix มีโมดูล Call Center พร้อมด้วยฟีเจอร์ Predictive Dialer (โทรไปยังเบอร์ที่กำหนดไว้ คราวละหลายๆเบอร์ แล้วก็เล่นเสียงที่ต้องการจะให้ลูกค้าฟัง เหมาะกับการทำโปรโมชั่น ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ลูกค้าทราบทางโทรศัพท์) ติดตั้งเพิ่มเติมได้ทางหน้าเว็บเพจ
1. เป็นโมดูลที่ดาวน์โหลดและติดตั้งเพิ่มเติมได้ และฟรี ติดตั้งได้จากหน้าเว็บเพจ
2. มี Predictive Dialer แบบ Open Source จึงใช้งานได้ฟรี
3. รองรับรายการ Do-Not-Call
4. รองรับ incoming และ outgoing campaign
5. สามารถทำฟอร์มให้แก่แคมเปญ และออกแบบง่ายๆจากหน้าเว็บเพจ
6. สามารถทำสริปต์ให้แก่แคมเปญได้
7. มีหน้าคอนโซลหรับหรับเอเย่นต์ (เราเรียกคอลเซ็นเตอร์ว่า เอเย่นต์)
8. รองรับการขัดจังหวะได้หลายๆแบบ
9. มีรายงานแบบละเอียด

รองรับการ์ดอินเตอร์เฟสกับ PSTN จากผู้ผลิตต่างๆดังต่อไปนี้
Elastix รองรับการ์ดจากบรรดาผู้ผลิตชั้นนำ โดยไม่ต้องติดตั้งไดร์เวอร์เลย ดังต่อไปนี้
1. OpenVox
2. Digium
3. Sangoma
4. Rhino Equipment
5. Xorcom
6. Yeastar
นอกจากการ์ดที่ผลิตจากผู้ผลิตชั้นนำเหล่านี้แล้ว ก็ยังรองรับการ์ดจากผูผลิตอื่นด้วยที่รองรับ Zaptel/Dahdi/mISDN เป็นต้น

รองรับ IPPhone/Gateway/WiFi Phone/Softphone เทคโนโลยี SIP/IAX
พูดง่ายๆคือ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ที่รองรับมาตรฐาน SIP หรือ IAX ก็สามารถใช้งานกับ Elastix ได้หมดครับ