1/19/2555

Windows XP 2011 SP3 SATA2/SATA 3 AHCI RAID Full Speed High Performance

Windows XP 2011 SP3 AHCI Full Speed High Performance (วินโดว์ เอ็กพี 2554) รองรับการทำงานในโหมด SATA2  3Gb/s  AHCI (New Intel AMD Nvidia Chipset) และ SATAIII 6Gb/s สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ เมนบอร์ดรุ่นใหม่   เมนบอร์ดส่วนมากต้องปรับเพื่อใช้โหมดนี้ เนื่องด้วยค่าเริ่มต้นจะปรับเพียงโหมด IDE (จึงไม่ค่อยพบคำถามจอฟ้าในเครื่องพีซี ลงบนIDE สบายใจกันไป) (เวอร์ชั่น Windows XP 2010 สิ้นสุดแล้ว ปรับรุ่น ธันวาคม ออกติดตั้งใช้งานเรียบร้อยแล้ว ลงรุ่นใหม่ๆได้ส่วนมาก )
เวอร์ชั่น 2011 

“Windows XP SP3 Original Version 2011 SATAIII AHCI RAID /Smart Driver Edition”      “Windows XP SP3 Seven Style 2011 SATAIII AHCI RAID+Smart Driver Edition”
***** เวอร์ชั่นครอบคลุมทุกรุ่นบนพีซีและโน๊ตบุ๊ครวมทั้งรุ่นที่ยังขายปัจจุบัน รวมถึงรุ่นการเชื่อมต่อแบบสายแพ IDE/ATA ก็ยังรองรับเช่นกัน
” Windows XP SP3 2010 SATAII AHCI DECEMBER FOR PC NOTEBOOK New Drivers And Easy Install Edition “ 
เปลี่ยนหน้าตา Boot Screen Install background  Logon Style ชุดไดร์เวอร์ใหม่
 อ่านการติดตั้งอย่างละเอียดได้ที่ ขั้นตอนการติดตั้ง วินโดว์เอ็กพี เวอร์ชั่น 2554/2011 AHCI
(สำหรับ Vista และ Windows7 ไม่ได้นำมาเขียน เพราะเห็นว่ามีมากมายแล้วและง่ายต่อการติดตั้ง เลยไม่ขอกล่าวถึง และอาจจะติดตั้งบนโหมด IDE อีกด้วยถ้าผู้ติดตั้งไม่เช็คก่อน ไว้มีการอัปเดตเป็น เวอร์ชั่น Smart Driver อาจจะมากล่าวถึงบ้างนะครับ

ACHI คืออะไร

AHCI (Advanced Host Controller Interface) ง่ายๆ ก็คือ เป็นวงจรควบคุม Serial ATA ทางฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ทำงานได้ตามมาตรฐาน SATA เช่น Hot Plug หรือโหมด NCQ
NCQ (Native Command Queuing) ง่ายๆ ก็ช่วยให้ฮาร์ดดิสก์อ่านข้อมูลแบบไม่ต้องเรียงลำดับ 1 2 3 อันไหนใกล้หัวอ่านก็อ่านมาก่อนได้เลย

*** แนะนำให้ตรวจเช็คเครื่องก่อน สามารถดูได้ตามรุ่นตัวอย่าง เมนูจะคล้ายๆกัน ท่านจะรู้ว่าใช้โหมดเก่า ความเร็วน้อย หรือว่าโหมดใหม่ความเร็วสูง สมกับราคาเครื่องที่ได้ซื้อมา ไม่ลดความเร็วเวลาใช้งาน ขอให้ใช้งานแบบเต็มสปีด เต็มตามมาตรฐานกันทั่วหน้านะครับ สำหรับเจ้าของเครื่องทุกๆคน ***
รุ่นใหม่ที่รองรับ SATA2 SATA3 AHCI RAID  Mode ในชิฟเซ็ตดังนี้.
Mobile Intel® HM65 Express Chipset  In Notebook
º Intel® P67 Express Chipset
º Intel® P65 Express Chipset
º Intel® H57 Express Chipset
º Intel® H55 Express Chipset
º Intel® P55 Express Chipset
º Intel® Eaglelake G45 & ICH10
º Intel® Eaglelake G43 & ICH10
º Intel®Eaglelake P45 & ICH10R
º Intel® X48 & ICH9R
º Intel® G41 & ICH7 S-ATA
º Intel® G31 & ICH7 S-ATA
º AMD® 890GX & AMD® SB850   • 5 x Serial ATA 6.0Gb/s devices
º AMD® 880G & AMD® SB850  • 5 x Serial ATA 6.0Gb/s devices
º AMD® 870 & AMD® SB850  • 5 x Serial ATA 6.0Gb/s devices
º AMD 890FX/SB850  • 6 xSATA 6.0 Gb/s ports
º AMD® 880G & AMD® SB710
º AMD®780V & AMD® SB700
º AMD® 790GX & AMD® SB750
º AMD® 780G & AMD® SB700
º AMD® 785G & AMD® SB710
º AMD® 760G & AMD® SB710
º AMD® 770 & AMD® SB700
º AMD® 740G & AMD® SB710
º NVIDIA GeForce8200 Series
º NVIDIA MCP78S Single Chipset
º NVIDIA GeForce 8 Series
º NVIDIA GeForce 6150SE/nForce 430
Marvell® PCIe SATA 6Gb/s controller 9123&9120 Sata3 Comming….
*** ทดสอบบนเมนบอร์ดชิฟ Intel 5 รุ่น H55 + ซีพียู Intel Core i5 Ram 2GB ชิฟนี้มีจำหน่ายทุกค่าย ASUS ASROCK GIGABYTE ECS และอื่นๆ เวลาที่ใช้ติดตั้ง(ไฟล์ติดตั้งใช้แบบต้นฉบับ)ในโหมด IDE (ค่าเริ่มต้น) ใช้เวลาติดตั้ง 29 นาทีโดยประมาณ ทดสอบในโหมด AHCI ใช้เวลาติดตั้งเพียง 9 นาที ซึ่งการประมวลผลและอ่านเขียนข้อมูลของชิฟใหม่ๆนี้เร็วกว่ามากจริงๆ ***

การปรับโหมดอยู่ในหัวข้อ SATA AHCI Mode ในรุ่นที่ทดสอบรุ่นหนึ่ง


ตัวอย่างทดสอบบนเมนบอร์ด ค่าย Asrock จะปรับโหมดตรงเมนู Exit ในหัวข้อดังรูป

การปรับในหัวข้อ SATA Operation Mode ในเมนบอร์ดอีกค่ายหนึ่ง


การตรวจเช็คโหมดAHCIบนเมนบอร์ด Asrock AMD760 ค่าเริ่มต้นเป็น IDE

สำหรับค่าย AMD Chipset จะใช้ชื่อ ahcix86 ในการควบคุมการอ่านเขียนข้อมูลในโหมด SATA2 AHCI

การปรับโหมดบน HP Desktop

การปรับโหมด ในเมนบอร์ดอีกรุ่นหนึ่ง จะอยู่ในหัวข้อดังรูป

สำหรับค่ายอินเทล ก็ใช้ชื่อ Iastor ในการควบคุมการทำงานในโหมด SATA


สำหรับตัวเลือกในโน๊ตบุ๊ค จะอยู่ในห้วข้อ SATA Mode ส่วนมากจะอยู่ในค่าย Acer (วิธีเข้าเช็คด้วยตนเอง กดปุ่ม F2 ย้ำๆหลังกดเปิดเครื่อง)


สำหรับค่าย Asus (A42 Series Intel 5) ชื่อเมนูอาจจะแตกต่างไปบ้างเล็กน้อย ดังรูป Sata Operation Mode

สำหรับค่าย Dell จะอยู่ในหัวข้อ SATA Operation เช่นเดียวกัน



สำหรับค่าย COMPAQ ค่ายนี้มีกลยุทธในการออกแบบ Bios แบบไม่สนับสนุนไดร์เวอร์บน Windows Xp ในหลายรุ่น (อาจจะไม่มีปรับโหมด ใช้ SATA AHCI โหมดเดียว)  แต่การติดตั้งเชื่อมต่อ Disk แบบ SATA AHCI ไม่มีผล สามารถติดตั้งได้ในเวอร์ชั่นนี้ได้ มีเพียงฟังค์ชั่นที่อาจจะไม่ครบทุกอุปกรณ์ (จำเป็นต้องแฟลซไบออส Flash Bios)
สำหรับการทดสอบใน TOSHIBA SATELITE L645 Core i ออกแบบมาทำงาน XP/Vista/Win7 มีไดร์เวอร์ให้พร้อมและการเชื่อมต่อก็ไม่มีโหมด AHCI ให้ปรับใน Bios  ก็ดีสำหรับผู้ใช้เอ็กพี  **ทดสอบใช้งานบน Windows 7 การทำงานไม่เร็วเท่าไหร่นัก…

ลง XP ใน Notebook รุ่นใหม่ๆ (XP+AHCI งูๆปลาๆ)

น้อง HP ที่อยู่กันมา 1 ปี 7 เดือนขึ้นสวรรค์ไปซะแล้วค่ะ โดนแวดวงซ้ำเติมอีกว่าดันเอาไปเล่นบิตเลยพังเร็ว ศูนย์ตีค่าซ่อมมา 13,xxx เลยไปงาน Com world ซื้อเครื่องใหม่ซะเลย
คู่หูตัวใหม่ คือน้อง Acer Aspire 2930-732G25Mn/X104 จอ 12.1" น่ารัก แต่แอบหนักค่ะ 2.1 kg
ได้มาปุ๊บก็รีบลง XP กะจะปั่นงานชดเชยช่วงที่ไม่มีคอมใช้ แล้วตอนที่แผ่น XP กำลังโหลด driver เตรียม install อยู่ มันก็โผล่ขึ้นมา
Blue Screen!!!

งานเข้าแล้วไง ทำไม ทำไมมันถึงเป็น Blue Screen ปกติมันต้องขึ้น หา harddisk ไม่เจอ ไม่ก็หา driver ไม่เจอไม่ใช่เรอะ เจ๊งแล้วเหรอ เจ๊งแล้วเหรอ เจ๊งแล้วเหรอ ....
อืม ตั้งสติใหม่ แผ่น XP อาจจะมีปัญหาก็ได้ พึ่ง write ใหม่ยังไม่เคยใช้ เอาแผ่นเก่ามาลองดูดิ๊
5 แผ่นผ่านไป ยังคงไม่สำเร็จ ก็เลยใช้ท่าไม้ตาย
โทรไปศูนย์ Acer ค่ะ ไม่ได้ใช้ความสามารถไรเล้ย คุณพนักงานเสียงหวานก็ตอบมาว่า อ๋อ ต้องเข้าไบออสไปเปลี่ยนค่า SATA Mode จาก AHCI เป็น IDE ค่ะ เดี๋ยวก็ลงได้
ไหนลองดิ๊ เปลี่ยนค่าในไบออส จึ้กๆ

โอ๊ะ สำเร็จแล้ว แต่ยังคาใจอยู่ว่าทำอะไรลงไปเลยไปหาข้อมูลเพิ่ม ได้ความมาว่า
 
AHCI = Advanced Host Controller Interface
เป็น feature หนึ่งของ SATA (Serial ATA) ซึ่งโดยหลักการ(อ่านไปให้ถึงข้างล่าง)แล้วจะทำให้ harddisk สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Windows ตั้งแต่ Vista ขึ้นไปมี driver AHCI ใส่รวมมาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วน XP สามารถใช้งาน AHCI ได้เหมือนกัน ตาม 2 วิธีนี้
1. Mode IDE คือให้ AHCI แกล้งทำตัวเป็น IDE ธรรมดาแบบที่ set ไปด้านบน ข้อดีคือทำง่าย ไม่ต้องหา driver ข้อเสียก็คือจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก feature ของ AHCI
2. Mode AHCI ทำได้ด้วยการใส่ driver เข้าไปตอนลง XP แบ่งเป็น 2 วิธี (อีกละ)
 2.1 ใช้ driver จากแผ่น Floppy
 วิธีก็เหมือนจะง่ายๆ ไปหา driver มา เอาใส่ Floppy ไว้ ตอนจะลง XP ก็กด F6 ให้โหลด driver ขึ้นมาจากแผ่น วิธีการเอาใส่แผ่นขอไม่เขียนถึงเพราะยังไม่ได้ลองเอง ปัญหา ของวิธีนี้ก็คือ เครื่องรุ่นใหม่ที่มันมี SATA แล้วเนี่ย จะให้ไปหา Floppy Disk Drive มาจากไหนกันคะคุณท่าน Microsoft วิธีนี้จึงตกไป
 2.2  ทำแผ่น XP ใหม่ เอา driver ใส่เข้าไปเลย (ทำ slipstream)
 ก็ต้องใช้ความสามารถนิดนึง ไม่เคยทำเหมือนกันเลยอธิบายไม่ได้มากนัก แต่หาโหลดแผ่นที่มีคนทำไว้แล้วได้ตามบิต
แล้วเราควรจะใช้วิธีไหนดีล่ะ?
ย้อนกลับขึ้นไปข้างบนนิดนึง ตรงคำว่าโดยหลักการที่ขีดเส้นไว้ มันมีสาเหตุจากบทความที่อ่านมาบอกไว้ว่าการใช้ AHCI ไม่ได้ทำให้เครื่องมี performance มากขึ้นจนสังเกตเห็นได้ (แปลว่าได้แค่นิดนึง ไม่รู้สึกหรอก) และในกรณีที่ใช้งานกับ software บางตัวจะทำให้ทำงานช้าลงอีกด้วย อ้าว ซะงั้น
เพราะงั้นแนะนำว่าถ้าไม่มีแผ่น XP ที่มี driver AHCI ใส่มาให้แล้วก็ใช้ Mode IDE ไปเถอะค่ะ performance ไม่คุ้มค่าเมื่อยเลย

เพิ่มประสิทธิภาพฮาร์ดดิสก์ SATA โดย Convert จาก IDE เป็น AHCI

ในปัจจุบันนี้ฮาร์ดดิสก์ที่ผลิตมาจะเป็น  Serial ATA เรียกย่อๆว่า SATA  หมายถึง ระบบการรับส่งข้อมูลแบบอนุกรม โดยจะส่งข้อมูลทีละบิตเรียงกัน ทำให้ SATA สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าเทคโนโลยีแบบขนาน (IDE)  ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของ SATA นี้ยังช่วยให้การเรียกใช้โปรแกรมและข้อมูลต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ SATA จะมีคุณสมบัติพิเศษอยู่ 2 อย่างนั้นคือ
  • Native Command Queuing (NCQ) เป็นการเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์แบบใหม่ทั้งในการอ่านและเขียน
  • Hot Plugging Hard Drives เป็นการช่วยในการเพิ่มหรือเอาออกของฮาร์ดดิสก์โดยที่ไม่ต้องรีสตาร์ต”Windows
ในขณะที่ Intel ก็คิดค้นเทคโนโลยีที่เรียกว่า AHCI (Advanced Host Controller Interface) เพื่อใช้กับฮาร์ดดิสก์ที่เป็น SATA หากคุณมีฮาร์ดดิสก์ที่รองรับ NCQ และ Hot Pugging เพื่อให้ Windows ของคุณใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพซึ่งหมายถึงเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพของ Windows ด้วยก็ควรปรับเปลี่ยน Windows ของคุณให้รองรับการใช้  AHCI
ปัญหาใหญ่ของ Windows ที่ติดตั้งแบบเก่า (IDE) จะเนื่องการการติดตั้งครั้งแรกได้ตั้ง BIOS เป็น IDE เมื่อปรับ BIOS จากการรองรับ IDE มาเป็น AHCI เมื่อบูต Windows จะเกิดอาการที่เรียกว่า Blue Screen of Dead (BSOD) และแสดงค่า Error code 0x0000005B เพราะตัว Windows ยังไม่รู้จัก AHCI ทำให้ Windows ไม่ทำงาน
ขณะนี้เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยสามารถสลับไปมาระหว่าง IDE และ AHCI ใน BIOS และใน Windows โดยที่ Windows บูตขึ้นมาไม่เจอปัญหา Blue Screen
1.บูต Windows ด้วยแบบเดิมยังไม่ต้องปรับ BIOS เมื่อ แล้วพิมพ์ regedit ลงในช่องว่าง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
2.เมื่อหน้าต่าง Registry Editor เปิดขึ้นมา ที่หน้าต่างด้านซ้ายให้คลิกไปตามคีย์ย่อยตามนี้
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\services\msahci
3.จากนั้นให้ดูทางหน้าต่างด้านขวา ให้คลิกขวาที่คีย์ Start เลือกคำสั่ง Modify

4.ที่หน้าต่าง Edit DWORD (32bit) Value ให้เปลี่ยนตัวเลขในช่องว่าง Value data เป็น 0 คลิก OK

5.เมื่อคีย์ Start ได้ค่าเป็น  0 แล้ว ก็ปิด Registry Editor

6.รีสตาร์ตเครื่อง และให้ปรับค่าฮาร์ดดิสก์ใน BIOS เป็น AHCI

1/18/2555

การสำรองข้อมูลของ Active Directory Certificate Service (AD CS)

        Active Directory Certificate Service (AD CS) เป็นบริการหนึ่งในหลายๆ บริการของ Active Directory ใน Windows Server 2008 ซึ่งหน้าที่หลัก AD CS ก็คือการทำหน้าที่ในการออกกุญแจ (Key) ซึ่งใช้วิธีการทำงานในรูปแบบ Public Key Infrastructure (PKI) นั่นเอง
        ดังนั้นการสำรองข้อมูลของ AD CS โดยทั่วๆ ไปแล้วก็คือการสำรองการทำงานของระบบกุญแจต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการดำเนินการรักษาความปลอดภัยของระบบโดยรวมนั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วหากผู้ใช้งานทำการสำรองข้อมูลระบบ (System State) ไว้แล้วนั้นก็จะเป็นการสำรองข้อมูลเกี่ยวกับ AD CS ไปด้วยในตัว ยกเว้น ยังไม่มีการทำการสำรอง Private Key ของ Certificate Authority เนื่องจากใน Windows Server 2008 นั้นได้มีการย้าย Folder ที่เก็บ Private Key ของ Certificate Authority ไปไว้ยังอีก Folder หนึ่งนอกเหนือจากการสำรองข้อมูลใน System State
        ด้วยเหตุนี้จึงจะขอสรุปขั้นตอนเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการทำการสำรองข้อมูลของ AD CS นอกเหนือไปจากการสำรองข้อมูล System state ดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 สร้าง Folder สำหรับเก็บข้อมูลสำรอง
  • ให้ทำการสร้าง Folder สำหรับเก็บสำรองข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นอีก 1 Folder ในที่นี้สมมุติว่าเป็น “C:\BackupCA”
backup ca01
ขั้นตอนที่ 2 สำรองข้อมูล Private Key ของ Ceritificate Authority      
  • ทำการสำรอง Private Key ของ Certificate Authority โดยใช้ CERTUTIL  โดยใช้คำสั่งในรูปแบบ
        certutil –backup –p      เช่น
backup ca02
  • จะปรากฎผลการดำเนินการดังตัวอย่างในรูป แสดงว่าการ Backup Database ประสบผลสำเร็จ
backup ca03
  • จะปรากฎ File ที่ได้จากการ Backup ไว้ใน C:\BackupCA ดังรูป
backup ca04
ขั้นตอนที่ 3 สำรองข้อมูล Registry ที่จำเป็นในการทำงาน
  • ทำการ Export Registry ที่เกี่ยวข้องในการทำงานของ AD CS ไปไว้ใน C:\BackupCA  โดยใช้คำสั่ง
        reg export HKLM\System\CurrentControlSet\Services\CertSvc\Configuration เช่น
backup ca05      
  • หากดำเนินการสำเร็จจะมีผลลัพธ์ดังรูป
backup ca06
  • เมื่อไปดูใน C:\BackupCA จะพบว่ามี File “regkey.reg” เพิ่มขึ้นมา
backup ca07
  • เก็บข้อมูลของ CSP (cryptographic service provider) โดยใช้คำสั่ง
        Certutil –getreg CA\CSP  > เช่น
backup ca08
  • เมื่อไปดูใน C:\BackupCA จะพบว่ามี File “CSP.txt” เพิ่มขึ้นมา
backup ca09
ขั้นตอนที่ 4 การจัดทำ Script สำหรับการสำรองข้อมูล โดยอัตโนมัติ
  • หาก ต้องการให้ Windows ทำการสำรองข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ก็สามารถทำได้ โดยเขียน Script เป็น Batch File โดยใช้คำสั่งดังกล่าวข้างต้นมาไว้ด้วยกัน และใช้ Schedule Tasks ในการสั่ง Run โดยอัตโนมัติ  ตัวอย่าง Script ดังนี้
backup ca10
        จากตัวอย่าง Script ข้างต้น จะมีการใส่คำสั่งให้ทำการลบข้อมูลเก่าใน C:\BackupCA ออกทุกครั้งด้วย
ขั้นตอนที่ 5 ทำการ Backup C:\BackupCA โดยใช้ Windows Server Backup (WSB)
        เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการ Backup แล้วก็ให้เรียกใช้ Windows Server Backup เพื่อทำการสำรองข้อมูลใน C:\BackupCA ต่อไป ดูรายละเอียดการใช้งาน

หมายเหตุ
        หากเครื่อง Certificate Authority มีการติดตั้ง Web Enrollment ด้วย ให้ทำการสำรองข้อมูลของ IIS เพิ่มเติม ดูรายละเอียดการใช้งาน

Windows Server 2008 R2: Active Directory Service

 
 
Windows Server 2008 R2: Active Directory Service
 
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ดูแลระบบเน็ตเวิร์คขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ใช้งาน Windows 2008 R2 เป็นศูนย์กลางที่การตรวจสอบสิทธิ์ โดยจะเน้นการเรียนรู้ถึงวิธีการใช้งานระบบ Active Directory ของ Windows 2008 R2 ในการบริการต่าง ๆ เช่น การควบคุมเครื่องลูกข่ายด้วย Group Policy เนื้อหาในการอบรมยังรวมถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Active Directory เช่น Certificate หรือ Fderation Service อีกทั้งยังเน้นเนื้อหาให้ครอบคลุมกับการสอบ MCTS และ MCITP ของ Microsoft อีกด้วย
ค่าอบรม
หนึ่งท่าน 12,500 บาท(จากราคาเต็ม 17,500 บาท)
นักศึกษา 5,250 บาท *รายละเอียดตามที่เซอร์ติไฟด์กำหนดเท่านั้น*
***ฟรี Training Assurance สามารถเข้าเรียนซ้ำในหลักสูตรเดิมหรือหลักสูตรใหม่(เป็นเวอร์ชั่นใหม่ของ หลักสูตรเดิม) ภายในหนึ่งปี***
***ท่านสามารถเข้าทดลองเรียนในวิชานี้ได้ในวันแรกของการอบรมโดยไม่มีค่าใช้ จ่ายใด ๆ ถ้าต้องการทดลองเรียนเลือกได้ที่เมนูซ้ายมือค่ะ***
คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
  • มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งาน Windows 7
  • รูัจับกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
ระยะเวลาการอบรม
30 ชั่วโมง (5 วัน)
ระดับความยาก
ปานกลาง
หัวข้อการอบรม
Create an Active Directory Domain
  • Installing Active Directory Domain Services
  • Directory Domain Services on Server Core
Administering Active Directory Domain Services
  • Working with Active Directory Snap-ins
  • Creating Objects in Active Directory
  • Delegation and Security of Active Directory Objects
Administering User Accounts
  • Automating the Creation of User Accounts
  • Administering with Windows PowerShell and Active Directory Administrative Center
  • Supporting User Objects and Accounts
Managing Groups
  • Managing and Enterprise with Groups
  • Automating the Creation and Management of Groups
  • Administering Groups in an Enterprise
Configuring Computer Accounts
  • Creating Computers and Joining the Domain
  • Automating the Creation of Computer Objects
  • Supporting Computer Objects and Accounts
Implementing a Group Policy Infrastructure
  • Implementing Group Policy
  • Managing Group Policy Scope
  • Supporting Group Policy
Managing Enterprise Security and Configuration with Group Policy Settings
  • Delegating the Support of Computers
  • Managing Security Settings
  • Managing Software with Group Policy
  • Implementing an Audit Policy
Improving the Security of Authentication in AD DS Domain
  • Configuring Password and Lockout Policies
  • Auditing Authentication
  • Configuring Read-Only Domain Controllers
  • Managing Service Accounts
Integrated Domain Name System with AD DS
  • Understanding and Installing Domain Name System
  • Configuring and Using Domain Name System
Administering Domain Controllers
  • Deploying Domain Controllers
  • Managing Operations Masters
  • Configuring DFS Replication of SYSVOL
Managing Sites and Active Directory Replication
  • Configuring Sites and Subnets
  • Configuring the Global Catalog and Application Directory Partitions
  • Configuring Replication
Managing Multiple Domains and Forests
  • Configuring Domain and Forest Functional Levels
  • Managing Multiple Domains and Trust Relationships
Directory Business Continuity
  • Proactive Directory Maintenance and Data Store Protection
  • Proactive Directory Performance Management
Active Directory Certificate Services and Public Key Infrastructures
  • Understanding and Installing Active Directory Certificate Service
  • Configuring and Using Active Directory Certificate Services
Active Directory Rights Management Services
  • Understanding and Installing Active Directory Rights Management Services
  • Configuring and Using Active Directory Rights Management Services
Active Directory Federation Services
  • Understanding Active Directory Federation Services
  • Configuring and Using Active Directory Federation Services

ไม่ได้ไปอบรม  แค่ ต้อง การ หัวข้อเพื่อ ศึกษาด้วย ตนเอง ผ่าน google

การสร้าง User บน Windows Server 2008 Active Directory

การสร้าง User บน Windows Server 2008 Active Directory   

การสร้างยูสเซอร์ใหม่ (Create New User) มีขั้นตอนดังนี้

1.เปิด Server Manager  โดยการคลิก  Server Manager

2. ในหน้าต่าง  Server Manager ในดีเทลแพน ในส่วน  Roles Summary  ให้คลิกที่ Active Directory Domain Service


3. ในหน้าต่าง Server Manager คลิก ActiveDirectory Domain Service แล้ว ActiveDirectory Users and Computers  หรือเรียกโปรแกรม ADUC โดยคลิก Start > All Programs > AdministratorTools > ActiveDirectory Users and Computers


4. ในหน้าต่าง Active Directory Usersand Computers ในด้านคอนโซลทรีให้คลิกขวาที่คอนเทนเนอร์ Domain Controllers จากนั้นคลิก New แล้วคลิกที่  OrganizationUnit จากเมนู



5. ที่หน้าต่าง New Object - Organization Unit (OU) ให้ใส่ชื่อ Organization Unit แล้วคลิกปุ่ม OK

Note : Organization Unit ( OU) เป็นออปเจ็กต์พิเศษที่สามารถบรรจุออปเจ็กต์อื่นๆไว้ภายในได้เช่น ชื่อผู้ใช้,ชื่อคอมพิวเตอร์,ชื่อกลุ่ม เป็นต้นซึ่งการเก็บออปเจ็กต์เหล่านั้นไว้ใน OU ช่วยให้คุณสามารถจัดการออปเจ็กต์เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น



6. หน้าจอที่สร้าง OrganizationUnit (OU) เรียบร้อยแล้ว



7. ในหน้าต่าง Active Directory Users and Computers ในด้านคอนโซลทรีให้คลิกขวาที่คอนเทนเนอร์ Organization Unit (OU) ที่สร้างแล้ว  เพิ่ม Group จากนั้นคลิก New แล้วคลิกที่ Group จากเมนู

Note : ที่ให้สร้าง Group ก็เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงโฟล์เดอร์ที่แชร์ทีล่ะหลายๆ User ถ้า User นั่นๆ อยู่ภายใต้ Group อีกที โดยไม่ต้องแอดทีละ User



8. ที่หน้าต่าง NewObject - Groupให้ใส่ชื่อ Groupที่ช่อง Group name:แล้วคลิกปุ่ม OK


9. หน้าจอที่สร้าง Group เรียบร้อยแล้ว



10. ในหน้าต่าง ActiveDirectory Users and Computers ในด้านคอนโซลทรีให้คลิกขวาที่คอนเทนเนอร์ Organization Unit (OU) ที่สร้างแล้ว  เพิ่ม User จากนั้นคลิก New แล้วคลิกที่ User จากเมนู



11. ในไดอะล็อกบ็อกซ์New Object – User ให่ใส่ชื่อแรกของยูสเซอร์ในช่อง First name นามสกุลของยูสเซอร์ในช่องLast name สำหรับในช่อง Full Name นั้นวินโดวส์จะใส่ข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ (สามารถแก้ไขได้)  ในช่อง User logon name ให้ใส่ชื่อที่ยูสเซอร์จะใช้ในการล็อกออนเสร็จแล้วคลิก Next >



12. ในไดอะล็อกบ็อกซ์ถัดไปในช่อง Password และ Confirm password ให้พิมพ์พาสเวิร์ดที่ยูสเซอร์ต้องใช้ในการล็อกออนจากนั้นให้เลือก Password option ตามความเหมาะสม เสร็จแล้วให้คลิก Next >

Note : ด้านล่าง จะมีตัวเลือกให้เลือก 4 ตัวเลือก คือ
     -    User must change password next logon คลิกถูกที่ตัวเลือกนี้เพื่อกำหนดให้ผู้ใช้เป็นผู้กำหนดรหัสผ่านเองเมื่อทำ การ Logon ในครั้งต่อไป แต่ผู้บริหารระบบจะต้องบอกรหัสผ่านที่ผู้บริหารระบบกำหนดให้ผู้ใช้ทราบด้วย เพื่อที่ผู้ใช้จะได้เปลี่ยนรหัสผ่านเองได้     


-     User cannot change password คลิกถูกที่ตัวเลือกนี้ หากคุณไม่ต้องการให้ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่านเอง     
-     Password never expires คลิกถูกที่ตัวเลือกนี้ หากคุณไม่ต้องการให้รหัสผ่านมีการหมดอายุ โดยปกติระบบจะกำหนดเวลาในการใช้ รหัสผ่านไว้เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสเมื่อรหัสผ่านหมดอายุ ทำให้ระบบมีความปลอดภัยมากขึ้น
          
-     Account is disabled คลิกถูกที่ตัวเลือกนี้เพื่อระงับการใช้งาน User นี้ชั่วคราว



13 . หน้าที่สร้าง User เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็คลิก  Finish ก็จะแสดง Group และ User ดังภาพข้างล่าง

Installing Windows Server 2008 Active Directory Domain Services

การติดตั้ง Active Directory Domain Services บน Windows Server 2008
วิธีการติดตั้ง Active Directory Domain Services (AD DS) บน Windows Server 2008 นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 คือ การวางแผนการติดตั้ง AD DS และ การดำเนินการติดตั้ง AD DS รายละเอียดดังนี้

1. การวางแผนการติดตั้ง Active Directory Domain Services
ก่อนการติดตั้ง Active Directory Domain Services บนเครื่อง Windows Server 2008 นั้น แอดมินจะต้องวางแผนการติดตั้งว่าจะมีลักษณะแบบใด และต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐานของระบบเครือข่าย เช่น หมายเลขไอพีและซับเน็ตมาสก์ที่ใช้ หมายเลขไอพีของ DNS Server หมายเลขไอพีของดีฟอลท์เกตเวย์ (Default Gateway) และในกรณีที่เราไม่ได้ดูแลระบบเองทั้งหมด ก็ต้องประสานงานกับแอดมินที่เป็นผู้ดูแลระบบเครื่องเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ หรือผู้ดูแลระบบเครือข่ายเพื่อทำการคอนฟิกในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น DNS เซิร์ฟเวอร์ เป็นต้น โดยก่อนทำการติดตั้ง Active Directory Domain Services บนเครื่อง Windows Server 2008 ให้วางแผนหรือเตรียมข้อมูลต่างๆ ดังนี้

  • ชื่อของ Domain Name และ Child Domain
  • ติดตั้งเป็น New Forest หรือ Existing Forest
  • ติดตั้งเป็น New Domain ใน Existing Forest หรือเป็น New Child Domain ใน Existing Forest
  • หมายเลข IP Address สำหรับเซิร์ฟเวอร์ทุกตัว
  • หมายเลข Subnet Mask
  • IP Address ของดีฟอลท์เกตเวย์
  • IP Address ของ DNS เซิร์ฟเวอร์

หมายเหตุ: ในกรณีที่ทดลองติดตั้ง Active Directory บนเครื่อง Windows Server 2008 ในระบบเครือข่ายตนเองสามารถกำหนดค่าต่างๆ ได้ตามความต้องการ

2. ดำเนินการติดตั้ง Active Directory Domain Services บนเครื่อง Windows Server 2008
หลังจากติดตั้ง Windows Server 2008 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนดำเนินการติดตั้ง Active Directory Domain Services ให้ทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการคอนฟิกต่างๆ ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ทำการล็อกออนเข้าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ด้วยแอคเคาท์ที่เป็นโลคอลแอด มิน โดยดีฟอลท์นั้นวินโดวส์จะเปิดหน้าต่าง Initial Configuation Tasks ซึ่งจะเป็นเครื่องมือช่วยเหลือแอดมินในการเริ่มต้นการจัดการ Windows Server 2008 ในด้านต่างๆ เช่น Configure Networking, Adding Roles, Add Features และ Configure Windows Firewall เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือ Server Manager (แสดงไอคอนอยู่บน Taskbar) ซึ่งเป็นเครื่องมือแอดมินในการจัดการเซิร์ฟเวอร์แบบรูทีน

• วิธีการเปิดหน้าต่าง Initial Configuation Tasks ทำได้โดยการคลิก Start พิมพ์ OOBE ในช่อง Start Search แล้วกด Enter
• วิธีการเปิดหน้าต่าง Server Manager ทำได้โดยการคลิก Start แล้วคลิก Server manager

ขั้นตอนการติดตั้ง Active Directory Domain Services และ Domain Controller
ในบทความนี้ผมจะแสดงถึงขั้นตอนการติดตั้ง Active Directory Domain Services ซึ่งเป็นการติดตั้ง Windows Server 2008 เป็นโดเมนคอนโทรลเลอร์ใน New Domain และ New Forest โดยมีขั้นตอนดังนี้

การติดตั้ง Active Directory Domain Services แบบ New Domain และ New Forest นั้นมีขั้นตอนดังนี้
1. ทำการล็อกออนเข้าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ด้วยยูสเซอร์ที่เป็นโลคอลแอดมิน จากนั้นดำเนินการข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
1.1 กรณีทำจากหน้า Initial Configuation Tasks ให้คลิกที่ Add roles ในหัวข้อ 3 Customize this Server

Add Roles (ICT)
Add Roles (Initial Configuration Tasks)

1.2 กรณีทำจาก Server Manager ในส่วนเนวิเกตให้คลิกที่ Roles จากนั้นในคอลัมน์ Roles ให้คลิกที่ Add roles ซึ่งภายใต้หัวข้อ Role Summary

Add Roles (Server Manager)
Add Roles (Server Manager)

2. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Before You Begin ให้คลิก Next

Before You Begin
Before You Begin

3. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Select Server Roles ให้คลิกเลือกเช็คบ็อกซ์ Active Directory Domain Services เสร็จแล้วคลิก Next

Select Server Roles
Select Server Roles

4. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Active Directory Domain Services ให้คลิก Next
5. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Confirm Installation Selections ให้คลิก Install

Confirm Installation Selections
Confirm Installation Selections

6. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Active Directory Installation Wizard ให้คลิก Next
7. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Installation Progress ให้รอจนการทำงานแล้วเสร็จ
8. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Installation Results ให้คลิกที่ลิงก์ Close the wizard and luanch the Active Directory Domain Services Installation Wizard เพื่อรันคำสั่ง dcpro หรือคลิก Close แล้วทำการรันคำสั่ง dcpro แบบแมนนวล (โดยการคลิก Start พิมพ์ dcpro ในช่อง Start Search แล้วกด Enter)

Installation Results
Installation Results

9. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Welcome to Active Directory Domain Services Installation Wizard ให้คลิก Next

AD Domain Services Installation Wizard
Welcome to AD Domain Services Installation Wizard

10. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Operating System Compatibility ให้คลิก Next

Operating System Compatibility
Operating System Compatibility

11. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Choose a Deployment Configuration ให้เลือกเป็น Create a new domain in a new forest เสร็จแล้วคลิก Next

Choose a Deployment Configuration
Choose a Deployment Configuration

12. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Name the Forest Root Domain ให้ป้อนชื่อเต็มของ Domain ในช่อง FQDN of the forest root domain เสร็จแล้วคลิก Next

Name the Forest Root Domain
Name the Forest Root Domain

13. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Set Forest Functional Level ให้เลือกระดับที่ต้องการจากดร็อปดาวน์ลิสต์ (มีให้เลือก 3 ระดับคือ Windows 2000, Windows Serve 2003 และ Windows Server 2008 ในที่นี้เลือกเป็น Windows Server 2003) เสร็จแล้วคลิก Next

หมายเหตุ: การเลือกในขั้นตอนนี้จะมีผลกับตัวเลือกในขั้นตอนต่อไป


Forest Functinal Level

14. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Set Domain Functional Level ให้เลือกระดับที่ต้องการจากดร็อปดาวน์ลิสต์ (มีให้เลือก 2 ระดับคือ Windows Serve 2003 และ Windows Server 2008 ในที่นี้เลือกเป็น Windows Server 2003) เสร็จแล้วคลิก Next

Set Domain Functinal Level
Domain Functinal Level

15. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Additional Domain Controller Options ให้เลือกค่าที่ต้องการเสร็จแล้วคลิก Next (ในที่นี้เลือกตามค่าดีฟอลท์)
16. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Active Directory Domain Services Installation Wizard ให้คลิก Yes เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป

AD Domain Services Installation Wizard
AD Domain Services Installation Wizard

17. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Location of Database. Log Files. and SYSVOL ขอแนะนำให้ใช้ค่าที่วินโดวส์กำหนดให้ แต่หากต้องการกำหนดค่าเองก็สามารถทำได้โดยป้อนค่าที่ต้องการในช่อง Database folder, Log folder และ SYSVOL folder เสร็จแล้วคลิก Next

Location of Database. Log Files. and SYSVOL
Location of Database. Log Files. and SYSVOL

18. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Directory Services Restore Mode Administrator Password ให้ป้อนพาสเวิร์ดที่ต้องการในช่อง Password และ ในช่อง Confirm password เสร็จแล้วคลิก Next

AD Services Restore Mode Administrator Password
AD Services Restore Mode Administrator Password

19. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Summary ให้คลิก Next

หมายเหตุ: สามารถทำการส่งออกการกำหนดค่าได้โดยการคลิกที่ Export settings

Summary
Summary

20. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Active Directory Domain Services Installation Wizard ให้รอจนระบบจะทำการติดตั้ง Active Directory แล้วเสร็จ

หมายเหตุ: หากต้องการให้ระบบทำการรีสตาร์ทโดยอัตโนมัติให้คลิกเลือกเช็คบ็อกซ์ Reboot on complete ซึ่งระบบจะทำการรีสตาร์ทโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องทำขั้นตอนที่ 21 และ 22

21. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Completing the Active Directory Domain Services Installation Wizard ให้คลิก Finish

Finish
Finish

22. ในหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ถัดไปให้คลิก Restart Now

Restart Now
Restart Now

หลังจากรีสตาร์ทเสร็จเรียบร้อยเครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็จะพร้อมสำหรับการให้บริการ Active Directory Domain Services (AD DS) ต่อไป