8/15/2556

โปรแกรม WireCast ถ่ายทอดสดภาพโทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ต





      โปรแกรม Wirecast เป็นสุดยอดโปรแกรมที่ใช้ในการถ่ายทอดสด TV Streaming ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถสลับภาพจากกล้องหลายๆตัวในขณะถ่ายทอดสด ออกอากาศภาพโทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ต เสมือนโปรแกรม Switcher ที่ใช้สำหรับรายการโทรทัศน์นั่นเอง และนอกจากนี้ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกมากมาย
 
       ซึ่งโปรแกรมนี้ทำได้ทั้ง Recorder ,  Streamer ,  Video Effect ,  Video Overlay , Picture Overlay , Text Overlay , CG-Graphics และ Video Switcher ในตัวเดียวกัน โดยรองรับฟังค์ชันเอฟเฟ็คภาพและเสียง ได้มากกว่า 100 โมดูล
 
       สามารถเปิดไฟล์วิดีโอเพื่อนำภาพมาออกอากาศ TV Streaming เช่น  Video Movie , Audio ,  Camera ,  Player หรือ Preview ก็รองรับหมด แถมยังรองรับไฟล์วีดีโอได้มากมายหลายนามสกุล เช่น WMV ,  AVI ,  MPG ,  MPEG ,  MPEG-2 ,  MPEG-4 , MOV ,  M4V ที่สำคัญคือรองรับความละเอียดของวิดีโอได้ถึง 1280x720 (HD 720p)
 
       สามารถนำเข้าสัญญาณภาพจากอุปกรณ์ USB กล้องเว็บแคม Webcam และค้นพบอุปกรณ์จับภาพวิดีโอ Video Capture เชื่อมผ่านทาง USB ก็ใช้งานได้  และสามารถ Preview ดูภาพจากกล้องหลายๆตัวไปพร้อมๆกัน ทำให้ผู้ใช้งานเห็นมุมมองภาพจากกล้องทุกตัวได้ ในขณะใช้ฟังค์ชัน Switcher จัดรายการโทรทัศน์แบบมืออาชีพ
 
       มีลูกเล่นในการปรับแต่งภาพวิดีโอ, กำหนดขนาดภาพวิดีโอ, Crop, Cut, แยกภาพหรือกำหนดตำแหน่งให้ภาพวิดีโอ, เพิ่มลูกเล่นรายการภาพวิดีโอ สามารถแยกฟังค์ชันการทำงานบนหน้าจอให้เหมาะสมต่อการใช้งานและความสะดวกในการ มองดูจอภาพจากกล้องหลายๆตัว มีการบันทึกค่าการทำงานไว้สำหรับเรียกกลับมาใช้งานได้ เป็นรายการที่กำหนดขึ้นด้วยตัวท่านเอง
 
      สามารถสลับภาพได้ทั้งระบบ PAL และ NTSC แก้ปัญหาเรื่องกล้องถ่ายวิดีโอมีระบบภาพเอาท์พุตต่างกัน แม้ระบบต่างกันแต่โปรแกรมสามารถสลับภาพได้เนียนกว่าเครื่อง Switcher จริงๆซะอีก โดยภาพไม่ล้ม ภาพไม่ค้าง ไม่กระตุก สีไม่เพี้ยน และสามารถปรับขนาดภาพของกล้องวิดีโอหลายๆตัว ที่มีขนาดภาพต่างกัน เช่น 16:9 และ 4:3 โดยสามารถปรับภาพจากกล้อง 16:9 เป็น 4:3 โดยการ Crop ภาพเฉพาะตรงกลาง ไม่ใช่หดภาพลง หรือจะปรับขนาดภาพจากกล้อง 4:3 เป็น 16:3 โดยมีลูกเล่นการตัดขอบด้านบนและด้านล่างของภาพ ใช้ลูกเล่นการ Crop ทำให้ได้ภาพวิดีโอมีขนาดสมจริง ไม่ดูขัดสายตา ซึ่งดีกว่าการใส่แถบดำลงบนภาพหรือการยืดภาพออกด้านข้าง ซึ่งสามารถปรับแต่งภาพได้ในขณะถ่ายทอดสด
 
       คือผมมีกล้องถ่ายวิดีโอ CANON HD ซื้อมาจากญี่ปุ่น(ราคาถูก) แต่เป็นระบบ NTSC ขนาดภาพ 16:9 บันทึกไฟล์เป็น HD อย่างเดียว บันทึกเป็น SD ไม่ได้ ปรับเป็น 4:3 ก็ไม่ได้ เพราะเป็นระบบ NTSC เวลาไปถ่ายทอดสด ต่อผ่านเครื่องสลับภาพ Switcher ภาพสีเพี้ยน ภาพล้ม ใช้สลับภาพเข้ากับกล้องอื่นๆ ที่เป็นระบบ PAL ไม่ได้ คิดจะซื้ออุปกรณ์ Convert NTSC To PAL และอุปกรณ์ Crop สัญญาณวิดีโอ ให้ออกมาเป็น 4:3 ก็หาซื้อไม่ได้ เลยใช้กล้องบันทึกภาพได้อย่างเดียว เอาไว้ตัดต่อ..แปลงเป็น PAL 4:3   มีกล้อง HD คุณภาพสูงแต่นำมาใช้งานไม่เต็มที่ เสียดายที่มีกล้องแต่ไม่สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ร่วมกับกล้องอื่นๆได้ แต่ตอนนี้พบทางสว่าง ออกงานถ่ายทอดสดได้แล้วววว....เหอๆๆ ( มีทั้งกล้องราษฎร์ และกล้องหลวงฯ งานหน้า...จัดหนัก..)
 
       โปรแกรมสามารถเลือกสตรีมภาพวิดีโอ ได้ 2 แบบ คือเป็น Flash ( Rtmp ) หรือ Media Player ( MMS ) สามารถกำหนดคุณภาพ Bitrate กำหนดขนาดภาพวิดีโอ กำหนด Audio Encode ของเสียง ที่ใช้ในการสตรีมได้หลากหลาย สามารถสตรีมได้หลายๆช่อง พร้อมๆกัน
 
       สามารถบันทึกรายการวิดีโอ Record ผ่านฟังค์ชั่น Switcher ใช้สำหรับสลับภาพจากกล้องหลายๆตัว เพื่อบันทึกรายการภาพ เก็บไว้เป็นไฟล์วิดีโอ ลงใน Hard Disc ได้ทันที มีไฟล์ให้เลือกบันทึกได้ 2 แบบ คือ flv หรือ MPEG-4 ( H.264 ) เป็น SD หรือ HD ก็ได้
 
      เป็นโปรแกรมที่ติดตั้งได้ง่ายๆ ในระบบปฏิบัติการ Windows XP และ Windows 7 ทั้ง 32bits และ 64bits แล้วยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย บรรยายไม่หมด....






สามารถเลือกสัญญาณภาพจากอุปกรณ์ WebCam หรืออุปกรณ์จับภาพวิดีโอ Video Capture ที่เชื่อมผ่านทาง USB ได้




กล้องวิดีโอต่อเข้ากับอุปกรณ์จับภาพวิดีโอ Video Capture ยี่ห้อนี้ใช้งานได้ จ้า...
 
      ถ้าใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์ Notebook เพียงเครื่องเดียว แล้วต่อสัญญาณภาพ Composite (AV) ผ่าน Video Capture เข้าทาง USB โดยใช้โปรแกรม Wirecast สตรีมสัญญาณภาพ และตัดต่อ, Switcher , ทำ Effect , ใส่ข้อความ Text ,ทำ CG ได้ทั้งหมดด้วยอุปกรณ์ที่พกพาไปได้สะดวก อุปกรณ์จำนวนไม่มาก มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ใช้บุคคลากรไม่มาก หนึ่งคนทำได้หลายหน้าที่ ติดตั้งอุปกรณ์รวดเร็ว เก็บหรือเคลื่อนย้ายได้เร็ว สามารถเดินทางไปผลิตรายการ,บันทึกภาพนอกสถานที่ งานประเพณี ถ่ายทอดสดงานประชุม สัมมนา ฯลฯ แล้วบันทึกภาพวิดีโอลงคอมพิวเตอร์และสตรีมภาพวิดีโอได้พร้อมๆกัน โดยเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ Air Card USB 3G ความเร็วสูง คุณคิดว่ามันจะแหล่ม ขนาดไหน??? ไม่เพ้อฝัน..ไม่ได้โม้ เพราะ ทำมาแล้วววว....
 
     เป็นข้อมูล ที่ไม่อยากเปิดเผย สักเท่าไหร่... แต่อยากแนะนำให้เพื่อนตามสถานีโทรทัศน์และวิทยุฯ ที่มีวิศัยทัศน์ คิดดีแล้วมองไกลๆ ถึงโลกโทรทัศน์ยุคดิจิตอลในอนาคต ที่สามารถแพร่สัญญาณภาพได้หลายช่องทาง สามารถลงมือทำได้จริง ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ ในการบันทึกภาพและผลิตรายการในท้องถิ่น เป็นช่องทางหารายได้สู่องค์กร เพิ่มมูลค่าของรายการโฆษณา นักจัดรายการวิทยุสามารถทำรายการโทรทัศน์ไปได้ในขณะที่สัมภาษณ์รายการวิทยุฯ ก็สามารถต่อกล้อง Webcam สตรีมภาพและบันทึกภาพไปด้วย โดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว เรียนรู้การใช้โปรแกรมนำมาใช้ให้เหมาะสมกับงานที่เราทำอยู่ เพิ่มทักษะความสามารถยิ่งขึ้น เพิ่มมูลค่าของงานในหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานสามารถบันทึกภาพและเสียงได้ง่ายๆ โดยตัดต่อ Switcher ควบคุมภาพวิดีโอจากกล้อง Webcam หลายๆตัว แบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป (กล้อง Webcam ราคาถูก แต่คุณภาพดี มีเยอะ) ช่วยลดภาระการปฏิบัติงาน ไม่เกิดความยุ่งยาก ทำงานแล้วมีความสุขไปด้วย...สนุกไปกับงาน  ประยุกต์ไปใช้ในงานถ่ายทอดภาพและเสียงนอกสถานที่   ผมเชื่อว่า ท่านจะพัฒนาอุปกรณ์กล้อง, เครื่องมือต่างๆ ขึ้นมาเอง โดยไม่เจ็บตัว....
 
      รอบคอบ คือ การศึกษา เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ อย่างถูกวิธี ถูกต้อง และถูกทาง
      ไม่สิ้นเปลือง คือ การเลือกนำอุปกรณ์เครื่องมือที่มีอยู่หรือต้นทุนต่ำ มาใช้ให้เหมาะสม และใช้ได้หลากหลายหน้าที่...
 
      ซึ่งตอนนี้ผมได้แนะนำการใช้งานโปรแกรม Wirecast นี้ออกไปแล้ว และมีคนที่อยากเรียนรู้ จึงนำมาโพสต์ขึ้นหน้าเว็บ ให้ผู้ใช้งานได้เรียนรู้เบื้องต้น ข้อมูลอาจสอนไม่ละเอียด(คนที่มีวิชา..น่าจะเก๊ต) ไม่อยากเผยแพร่ภายนอก อยากจะทำการสอนกันภายในองค์กรมากกว่า แต่ยังไม่มีศูนย์ฯฝึกอบรมในองค์กร จึงมาแนะนำแบบ ดำ หยาบ เฝื่อน...บ้าๆ บอๆ ไปก่อน ( คนที่มีความรู้..เขาจับทางได้เร็ว... )

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม...
ขอโทษ..บุคคลภายนอก ที่ผมต้องรักองค์กร มากกว่า
หากคิดดี ทำดีเพื่อประเทศชาติ.. บอกมา..ผมก็จะเผยแพร่ให้ทราบ...





สามารถเลือกฟังค์ชันการสลับภาพ ( Video Switcher ) ได้หลายลักษณะ ทำให้การเปลี่ยนภาพดูสมูทขึ้น (ภาพไม่ล้ม)





เพียงแค่คลิกที่ภาพจากกล้องวิดีโอที่เราต้องการ โปรแกรมจะสลับภาพให้อย่างเนียนๆ
555 ไม่ต้องพึ่ง เครื่อง Switcher ราคาแพงอีกแล้ววว.... ( ราคาเครื่อง Switcher 50,000 - 200,000 บาท)
มีโปรแกรมนี้ + Webcam (หรือ กล้อง + USB Video Capture ) ต่อเข้า Notebook เครื่องเดียว หากินได้ตลอดชีวิต....
สตรีมภาพวิดีโอ + สลับภาพ(ตัดต่อ) + บันทึกวิดีโอ
โอ้ แม่เจ้า....( ประกาศอย่างนี้ ชาวบ้านเค้ารู้ไต๋กันหมด... )





เลือกแสดงจอภาพได้จาก Camera Preview





ท่านจะสามารถมองเห็นภาพ จากกล้อง 1, 2, 3.... ได้พร้อมๆกัน
ซึ่งจะเห็นมุมมองภาพเคลื่อนไหว เหมือน Quad Video เพื่อใช้ในการควบคุมภาพ Switcher





ทำ Video Effect เอากล้อง 2-3 ตัวมาซ้อนกันก็ได้





มีฟังค์ชั่นการซ้อนภาพได้หลากหลายและสามารถตกแต่งมุมมองได้ด้วยเมาส์





เลือก Effect ใส่กรอบข้อความตัวอักษรลงในวิดีโอ ขณะถ่ายทอดสดได้ด้วย





มี Effect ใส่ตัวอักษร หรือข้อความ ในขณะถ่ายทอดสดก็ได้
ตกแต่งตัวอักษร ตกแต่งสี ขนาดตัวอักษรได้
โอ้แม่เจ้า...เป็นภาษาไทยด้วยยยย....





บันทึกค่าการทำงาน และฟังค์ชั่น Effect ต่างๆ ไว้ เพื่อเรียกกลับมาใช้งานในครั้งต่อไปได้





ตั้งค่าเพื่อสตรีมภาพเป็น Flash





เลือกระดับการตั้งค่าเพื่อสตรีมภาพได้หลายแบบ





ตั้งค่าเพื่อสตรีมภาพเป็น Media Player 9 ก็ได้ แจ่มมมม....





ตั้งค่าการเข้ารหัส Encode ภาพวิดีโอได้ ดูเอาเอง....ไม่ได้โม้





บันทึกเป็นไฟล์วิดีโอ ในขณะถ่ายทอดภาพโทรทัศน์ ได้ด้วย....





บอกไปมาก เดี๋ยวชาวบ้านเขารู้หมด...
 
รอสั่งอุปกรณ์(จากต่างประเทศ)
4CH 100/120FPS Full Real Time Video Capture USB DVR Box Support 32/64Bit OS
เพื่อเชื่อมสัญญาณภาพ Composite Video ผ่าน USB มาทดลองใช้งานก่อน...
 
ผลเป็นอย่างไร..เดี๋ยวจะมารายงานให้ทราบบบบบ....





จับภาพ 4 อินพุต จากกล้อง 4 ตัว เป็น USB Video Capture มาสตรีมและบันทึกภาพ
เพราะเครื่อง Notebook มีช่องพอร์ต USB อยู่น้อย (ส่วนใหญ่ มี 3 ช่อง)
ปัจจุบันใช้ 2 กล้อง 2 USB  ส่วนช่อง USB ที่เหลือ เสียบ Air Card 3G หมดพอดี
ต้องการ Capture ภาพจากกล้องวิดีโอ 4 ตัว/USB ช่องเดียว ( ประหยัดพอร์ต USB )
จะใช้ถ่ายทอดสด สตรีมแบบจัดเต็ม จัดหนัก ต้องหาซื้ออุปกรณ์ราคาถูกมาใช้งาน (งบน้อย..) 
ต้องทดลอง..ใช้อุปกรณ์ราคาถูก ทำงานได้ดี มีคุณภาพ สำเร็จแล้วจะมาบอกต่อ...ให้เพื่อนทำได้ด้วย เด้อ...





ปรับขนาดของการแสดงผลของภาพวิดีโอ
เพื่อตั้งขนาด Canvas Size ให้แสดงอัตราส่วนของภาพวิดีโอเพื่อดูมุมมองภาพจากกล้อง





กล้อง 2 ตัว ที่มีขนาดภาพต่างกัน





การทำ Letter Box หรือการใส่แถบดำลงในภาพ เพื่อปรับเปลี่ยนขนาดของภาพ
 
โถ...ภาพโครตน่าเกลียด รับม่ายด๊าย.... ผมไม่สอนให้ทำกากๆ อย่างนี้
นายแบบลูกใคร?? ดั้งก็ไม่มี แต่น่าร๊ากกกก





การปรับภาพจากกล้องวิดีโอ 16:9  ให้อยู่ในกรอบภาพขนาด 4:3
 
      ส่วนใหญ่วิธีนี้... จะต้องปรับภาพให้เข้ากับมาตรฐานระบบ PAL 4:3 ของประเทศไทย ( กำ..คงเกิดกับผมคนเดียว..ซื้อกล้องมาไม่ตรวจสอบให้ละเอียด เห็นแก่ของถูก.. ) จะมีใครพบปัญหาอย่างผมมั๊ยนะ... ปัญหามีไว้ให้แก้ ถ้าไม่มีปัญหา ปัญญาไม่เกิด..
 
       วิธีนี้ใช้สำหรับการสลับภาพ ( Switcher ) จากกล้องหลายตัว ที่มีขนาดภาพแตกต่างกัน เมื่อใช้โปรแกรม Wirecast บันทึกรายการเป็นไฟล์วิดีโอ ลงใน Hard Disc ก็ได้
 
       หรือ..ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าต้องการสตรีมภาพที่มีความคมชัดระดับ HD แล้วไปซื้อ Webcam HD 16:9 มาใช้ เพราะราคาถูก พอต่อภาพออกไปแล้ว ได้ภาพหดในอัตราส่วน 4:3
 
       หรือ...ต้องการเปิดไฟล์วิดีโอขนาด 16:9  หรือเปิด Picture  เพื่อใช้แทรกเป็นภาพวิดีโอ 4:3  เพิ่มลูกเล่นของภาพวิดีโอ ในการสตรีมสัญญาณภาพ ก็ทำได้..นะจ๊ะ





คลิกขวาที่กล้องแรก แล้วเลือก Edit Shot  แล้วปรับค่าตามรูป โลด....





ขั้นตอนที่ 2  - ปรับตำแหน่งของภาพ Position
คลิกปุ่ม Scale To Fit  ปรับให้ภาพเต็มเฟรม





ผลที่ได้ ภาพวิดีโอจากกล้องแรก มีอัตราส่วนเหมือนกล้องสองเด๊ะ เนียนจริงๆ... แม้ว่ากล้องตัวแรกจะส่ายซ้าย-ขวา ซูมเข้า-ออก ได้ภาพเคลื่อนไหวในลักษณะใดที่เป็นสัญญาณวิดีโอมา 16:9  โปรแกรม Wirecast ที่เราปรับแต่งขนาดภาพไว้แล้ว จะยังคงแสดงภาพเป็น 4:3 ตามที่เราตั้งค่าไว้นั่นเอง ( โอ้แม่เจ้า...ไม่มีใครเขาทำกัน  ใคร? จะบ้าเหมือนเรานี่... )
 
อย่าลืม ทำการบันทึก หรือ Save ไว้เผื่อเรียกกับมาใช้งานได้ในครั้งต่อไป
 





    คำแนะนำ... เราเรียกวิธีนี้ว่าการ Crop คือการตัดให้สั้น หรือตัดขอบนอกที่เป็นส่วนไม่ต้องการทิ้งไป เมื่อเราใช้โปรแกรม Crop ภาพวิดีโอกล้องแรก จากอัตราส่วน 16:9 กำหนดให้เป็น 4:3 ไว้แล้ว ในการตั้งกล้องจับภาพวิดีโอ ผู้ควบคุมกล้องควรคำนวณระยะกรอบของภาพ ให้ Object อยู่ตรงกลางจอภาพ(ตรงกลางแนวตั้ง) ปรับตำแหน่งให้อยู่ในกรอบอัตราส่วน 4:3 ของช่องมองภาพ(หรือใช้ปากกาเขียนกระจกขีดเส้น Mark กำหนดไว้บนจอ LCD ของกล้อง) เพราะด้านข้างซ้าย-ขวาของภาพจะไม่ถูกแสดงออกจอภาพ ( ขอบทั้ง 2 ข้าง ถูกตัดออกไปนั่นเอง )
 
     หมายเหตุ... ภาพ ที่นำมาประกอบการบรรยาย ดูเหมือนไม่ชัด เพราะใช้โปรแกรม ManyCam ซึ่ง Import ภาพวิดีโอแทน Port USB ทำให้ได้ภาพวิดีโอขนาดสูงสุดแค่ 620x480 pixel เท่านั้น ภาพจึงดูเหมือนไม่ชัดเจนเมื่อนำมาใช้ประกอบการบรรยาย แต่ในการใช้งานจริง โปรแกรม WireCast ให้คุณภาพของภาพวิดีโอชัดเจนตามที่กำหนดค่า Canvas Size ซึ่งสามารถ Capture Video ได้ถึง 720p  ( จึงอย่าเข้าใจผิด...เพราะผม..ขี้เกียจต่อพอร์ต USB , ขี้เกียจต่อกล้องวิดีโอ , ขี้เกียจต่อสายสัญญาณ อ่ะ..เข้าใจไหม...ถึงจะมีเครื่องมือแบบลวกๆ แต่ก็ไม่ได้สรุปแบบลวกๆนะจ๊ะ...สุกๆดิบๆ ต๊ะหาก..555 )





การปรับภาพจากกล้องวีดีโอ 4:3  ให้แสดงภาพในกรอบ 16:9
 
      ภาพลักษณะนี้ไม่น่าจะเจอบ่อย แต่เพราะปัจจุบันภาพอัตราส่วน 16:9 เป็นระบบ HD กำลังนิยมและมีการใช้ในการบันทึกสื่อวิดีโอกันมากขึ้น เพราะเป็นภาพวิดีโอที่มีความคมชัดสูง กล้องวิดีโอส่วนใหญ่ก็ผลิตออกมามีระบบ นี้มากขึ้น(ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการวิดีโอ ใครไม่รู้จักระบบ HD ก็เชยแย่...)  บางเว็บไซต์ก็สตรีมภาพวิดีโอที่มีความคมชัดแบบ HD และด้วยการเข้ารหัสแบบ H.264 ทำให้ภาพวิดีโอมีความคมชัดมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า แล้วความจุของภาพวิดีโอและ Bitrate ยังต่ำลงถึง 4 เท่า จึงมีความเหมาะสมในการนำมาใช้ในการสตรีมภาพวิดีโอ ยิ่งภาพเราชัดเจนเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงความเป็นมืออาชีพมากขึ้น หลายๆค่ายจึงแข็งขันกันผลิตภาพวิดีโอ HD ออกมา และนำมาขึ้น YouTube หรือสตรีมภาพที่ชัดระดับ HD 1080p เพื่อไม่ให้น้อยหน้ากัน
 
       หรือบางคนมีกล้องวิดีโอ SD อัตราส่วน 4:3 หรือมีภาพวิดีโอ SD อยู่ อยากนำมาใช้สตรีมภาพวิดีโอ ร่วมกับกล้องที่บันทึกภาพระบบ HD ที่มีขนาด 16:9  ก็สามารถทำได้ แบบมืออาชีพ...จัดไป





เลือก Edit Shot และปรับแต่งคล้ายๆที่ผ่านมา แต่ต้องทำแบบย้อนกลับ...





ทำตามรูป...โลด





ทำตามรูป...เริ่มมั่วแล้ว...อิอิ








ดูรูปแล้ว..เข้าใจป่ะ





ภาพที่ได้ มีลักษณะเหมือนการซูมเข้า ทำให้อยู่ในกรอบ 16:9 นั่นเอง
ภาพดูใหญ่ขึ้น ไม่ใช่หดเล็ก เหมือนการใส่แถบดำลงในภาพ ( Letter Box )
ท่านจะปรับภาพให้ชิดด้านบนหรือด้านล่างของจอภาพก็ทำได้..
เช่น.. ปรับ Top = 0 แล้ว Bottom = 49 ก็ได้
หรือ  ปรับ Top = 49 แล้ว Bottom = 0 ก็ทำได้
แต่ควรปรับให้ Object ภาพอยู่ตรงกลางดีกว่า..จะง่ายในการควบคุมกล้อง





      ถ้าคิดว่า..มันปรับแต่งยาก ก็ Save ค่าการปรับแต่งนั้นไว้ หรือ ถ้าจดจำ ทำได้คล่องแล้ว มิต้อง Save ไว้ก็ได้.. ใช้ฝีมือในการปรับแต่ง จะได้เกิดทักษะแบบมืออาชีพ... เอาไว้ไปปรับแต่งที่หน้างาน หรือ เข้าเว็บมาเปิดอ่านก็ได้ ( ผู้จัดทำเองก็กลัวลืม..จึงเขียนไว้บนเว็บฯเช่นกัน... มิได้ หวังดี มีน้ำใจ ให้ความรู้ เป็นผู้ทรงภูมิ หรอกนะ... เป็นคนธรรมด๊า...ธรรมดา ที่ขี้ลืม..ขี้เกียจพกคู่มือ...เหมียนกัลลล 555 )




      เช่นเดียวกัน... เมื่อ เราใช้โปรแกรมตั้งค่าการ Crop ภาพจากกล้องวิดีโอตัวที่สองไว้ จากอัตราส่วน 4:3 ปรับให้ให้เป็น 16:9 ได้แล้ว ซึ่งเป็นการ Crop ขอบด้านบนและด้านล่างของภาพทิ้งไป ในการตั้งกล้องจับภาพวิดีโอ ผู้ควบคุมกล้องควรคำนวณระยะกรอบของภาพในแนวนอน ให้ Object อยู่ตรงกลางจอภาพในแนวนอน ปรับตำแหน่งภาพให้อยู่ในกรอบอัตราส่วน 16:9 ของช่องมองภาพ เพราะขอบด้านบนและด้านล่างของภาพวิดีโอจะไม่ถูกแสดงออกจอภาพนั่นเอง  ( อย่าให้ หน้าผากพิธีกร หายไปล่ะ เดี๋ยวเขาว่า..รายการนี้..ไม่มีสมอง...อิอิ )


การใช้โปรแกรม ในส่วนอื่นๆ ท่านคงเรียนรู้กันได้เอง
ทิปและเทคนิคลูกเล่นของภาพ ไปประยุกต์กันเอาเอง...
งานก็ค้างอยู่เยอะ สาวๆก็รออยู่ร้านเบียร์ มานั่งโพสต์บทความอยู่ได้..
จบแค่นี้ก่อนดีกว่า...ต่อไป จะโม้อะไรดีหว่า..???

8/08/2556

เตือนผู้ใช้ Chrome ถูกขโมย”รหัสผ่าน”ง่ายสุดๆ

เช้านี้ ซีมีข่าวมาเตือนผู้ใช้บราวเซอร์ยอดนิยมอย่าง Chrome กันค่ะ โดยแหล่งข่าวๆ หลายแห่งในโลกไซเบอร์ระบุว่า พบช่องโหว่ร้ายแรงของระบบรักษาความปลอดภัยในบราวเซอร์ Chrome ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้สามารถเข้าถึงระบบการทำงานคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้




chrome saved password in plain text. anyone can see it easily


เพื่อ ดูพาสเวิร์ดทั้งหมดที่จัดเก็บไว้สำหรับการใช้บริการอีเมล์ โซเชียลมีเดีย และอื่นๆ ได้จากแผงควบคุมการตั้งค่า (settings) ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มันไม่ต้องใช้รหัสผ่าน (password) ในการเปิดดู นอกจากนี้ บัญชีผู้ใช้ต่างๆ รวมถึงรายละเอียดที่ใช้ล็อกอินคอมพิวเตอร์ในบริษัทอาจถูกแอบดูโดยผู้ไม่หวัง ดีที่ใช้คอมพิวเตอร์ของคุณขณะที่เปิดทิ้งไว้ได้อีกด้วย

สำหรับการ เข้าดูรหัสผ่าน (password) ต่างๆ ที่เก็บไว้โดยบราวเซอร์ Chrome สามารถทำได้อย่างง่ายดายค่ะ เพียงแค่คลิกบนไอคอน Settings เลือก “Show advanced settings…” จากนั้น “Managed saved passwords” ในเซคชั่น “Passwords and forms” รายการของรหัสผ่านที่ใช้เข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ จะแสดงขึ้นมาทันที และเมื่อคลิกข้างๆ พวกมัน บราวเซอร์ก็จะแสดงรหัสผ่านที่เป็นข้อความตัวหนังสือ (plain text) ธรรมดาๆ ขึ้นมา โดยไม่มีการเข้ารหัส เพื่อความปลอดภัยแต่อย่างใด ผู้ไม่หวังดีสามารถก็อปปี้ หรือส่งภาพหน้าจอที่ปรากฎรหัสผ่านเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบได้




chrome password can see by anyone

แหล่ง ข่าวยังระบุอีกว่า ทีมพัฒนา Chrome ของ Google ตระหนักถึงจุดอ่อนดังกล่าว แต่ไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการจัดเก็บรหัสผ่านที่อยู่ในรูปของข้อความ ธรรมดาๆ แต่อย่างใด ในขณะที่บิดาแห่งเว็บอย่างทิม เบอร์เนอส์ ลี กล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ผิดหวัง” พร้อมทั้งกล่าวอีกด้วยค่ะว่า “มัน (ช่องโหว่) เป็นวิธีที่จะทำให้ได้รหัสผ่าน (password) ของคุณไปทั้งหมด” ทั้งนี้ Chrome เป็นบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมใช้เป็นอันดับหนึ่งของโลก ตามด้วย IE และ Firefox โดยมีผู้ใช้ทั่วโลกหลายล้านคน อีกทั้ง Google ยังวางอนาคตว่าจะใช้ Chrome ในการทำเงินจากเว็บด้วยความพยายามผลักดันให้ผู้ใช้บัญชีของ Google ซิงค์ข้อมูลระหว่างบราวเซอร์ตั้งแต่โน้ตบุ๊คไปจนถึงอุปกรณ์โมบายอย่างมือถือ และแท็บเล็ตต่างๆ การเกิดช่องโหว่ลักษณะนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ใช้ได้ค่ะ



firefox use master password to protects all stored passwords

ตาม รายงานข่าวยังมีการอ้างถึงบราวเซอร์อื่นๆ ที่มีช่องโหว่ที่คล้ายกันนี้ด้วยค่ะ โดยในปี 2010 พบช่องโหว่ในบราวเซอร์ Firefox ที่ใช้การจัดเก็บรหัสผ่าน หรือ password ในรูปแบบของข้อความธรรมดา (plain text) ที่อ่านได้เลย โดยไม่มีการเข้ารหัสใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่พบใน Chrome ขณะนี้ ทางแก้ของ Firefox ตอนนั้นคือ การเพิ่มออปชั่น master password เพื่อปกปิดการเข้าถึงรหัสผ่านอื่นๆ ทั้งหมดอีกทีหนึ่ง ส่วน Internet Explorer บางเวอร์ชันก็มีประวัติช่องโหว่ในลักษณะนี้ด้วยเหมือนกัน ส่วนผู้ใช้แมค บราวเซอร์ Safari เลือกใช้วิธีป้องกันแบบเดียวกับ Firefox ค่ะ โดยผู้ใช้จะต้องป้อน master password ก่อนที่ระบบจะแสดงพาสเวิร์ดที่เก็บไว้ทั้งหมด ทางด้านแฮคเกอร์สายขาวเองยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ทำไม Chrome ไม่ใช้ master password หรืออะไรที่คล้ายกันนี้ แม้เหล่าแฮคเกอร์เองจะไม่เชื่อว่ามันปลอดภัยแล้วก็ตาม เพราะการเปิดช่องให้สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญๆ ได้ด้วยรหัสผ่าน ถือว่าเป็นความไม่ปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้ นอกจากนี้ แฮคเกอร์ยังบอกอีกว่า “มันไม่มีระบบปลอดภัยใดๆ ที่เจาะไม่ได้ เพียงแค่อาจจะต้องใช้เวลาในการเจาะมากขึ้นเท่านั้น แค่ติดตั้งโปรแกรมเข้าไปแล้วให้มันดึงข้อมูลจากคุกกี้ (ไฟล์ข้อมูลที่ถูกสร้าง และจัดเก็บบนเครื่องของผู้ใช้ โดยเซิร์ฟเวอร์ที่เราใช้งาน) อาจต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สำหรับช่องโหว่ที่พบใน Chrome มันไม่ต้องใช้ความพยายาม หรือความรู้ใดๆ เลย แค่ออกแรงคลิกไม่กี่ครั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครก็เป็นแฮคเกอร์ได้” รับทราบกันอย่างนี้แล้ว ระวังตัวกันด้วย

7/29/2556

แก้ไขปัญหาขึ้น Error Notice: Undefined index: ใน PHP

หลายๆคนคงเคยเจอปัญหาขึ้น Error Notice: Undefined index: นี้ นะครับว่าบอกนะว่าเขียนโปรแกรมไม่เคยเจอ Error แบบนี้กัน 555 อย่างน้อยต้องเจอบ้างละหนาก็ไม่มีอะไรมากครับพอดีมีน้องคนหนึ่งเจอปัญหานี้ ผมเลยให้แก้ไขที่ปลายเหตุไปก่อนละกันเพราะถ้าจะแก้ไขจริงๆคงต้องมานั่งไล่ โค้ดกันยาวไม่งั้นงานจะไม่เดินต่อ อิอิอิ

สิ่งที่เจอคือ

Notice: Undefined index:
Notice: Use of undefined constant



1
2
$checkError = ini_get('error_reporting');
error_reporting($checkError  ^ E_NOTICE);

เอาคำสั่งนี้ไปไว้บนสุดที่เจอ Error นะครับ

ปล. ว่างๆก็ไปนั่งไล่โค้ดให้มันถูกต้องด้วยนะครับ 555

วิธีแก้ไข PHP Notice: Undefined index, Notice: Undefined variable

วิธีแก้ไข PHP Notice: Undefined index, Notice: Undefined variable


ก็เขียน php มาตั้งนานและ แต่ใน version เก่าๆ ที่ต่ำกว่า PHP 5.3 มันจะไม่แสดง Error Warning ให้เราเห็น นอกจากเราจะไปกำหนดมันขึ้นมาเอง เพื่อเพิ่มงานให้ตัวเอง 555+ สิ่งแรกที่โปรแกรมเมอร์จะพบเวลาเขียนโปรแกรมเสร็จสิ้น มันจะมี Error หมายถึง Error จริงๆ ที่มีการทำงานผิดพลาด หรือเราเรียกว่า Bug นั่นแหละ อันนี้ก็แก้ไขไปตามเนื้อผ้า Error บรรทัดไหนก็ไปส่องบรรทัดนั้น หรือ scope ของงานนั้น จนแก้เสร็จสมบูรณ์

แต่มีใครจะรู้บ้างว่า ความจริงแล้วมันยังมี Error ที่ sensitive มากกว่านั้น ก็คือ Notice หรือการแจ้งเตือน มัน Sensitive ขนาดที่ว่า ตัวแปรใด ที่เราประกาศขึ้นมา แต่ไม่ได้กำหนดค่า หรือเอามาใช้แบบโท่งๆ มันจะแจ้งเตือนทันที แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มันไม่ใช่ "ข้อผิดพลาด" แต่มันเป็นการ "แจ้งให้ทราบ" ซึ่ง มันก็มักจะแสดงผลให้เรารำคาญใจใน browser อยู่ไม่น้อย ตัวอย่างที่พบง่ายที่สุด อาทิเช่น

ตัวอย่างที่ 1


1
echo $_GET['id'];
แบบนี้ Notice: undefined index

Undefined index  หมายถึง ตัวแปรที่เราเอามาใช้ ยังไม่ได้ประกาศตัวแปร วิธีแก้ไขง่ายที่สุดก็คือใช้ isset() คือถ้ามันมีค่าก็จะ return true ถ้าไม่มีก็จะ return false แค่นั้น ตัวอย่างการแก้ไขปัญหาดังนี้

1
2
3
if (isset($_GET['id'])) {
    echo $_GET['id']
}
* แต่โดยมากแล้วผมจะใช้แบบนี้แทน คือกำหนดตัวแปรให้มันชัดเจนไปเลย ไม่ต้องไปใช้ $_GET, $_POST ดังนี้ครับ


1
$get_id = (isset($_GET['id'])) ? $_GET['id'] : '';

อธิบาย หมายถึง ถ้ามีค่า $_GET['id'] ก็ให้ $get_id = ค่าที่ $_GET มา ถ้าไม่มีก็เป็นค่าว่างไป โดนแบบที่ผมใช้มันจะเป็นแบบย่อ ถ้าเขียนให้ยาวขึ้นก็แบบนี้ครับ


1
2
3
4
5
if (isset($_GET['id'])) {
    $get_id = $_GET['id'];
} else {
    $get_id = '';
}
** ถ้าเราไม่กำหนด $get_id = ''; เดี๋ยวมันจะ Notice: Undefined variable ตอนนำไปใช้อีก!!

ตัวอย่างที่ 2


1
2
3
4
if ($i & lt; 10) {
    echo $i;
    $i++
}
แบบนี้ Notice: Undefined variable
Undefined variable หมายถึง ตัวแปรที่เราประกาศ มันไม่ใช่ตัวแปร (เอ๊ะยังไงวุ้ย) คือเราไม่ได้ระบุค่าให้มันครับ ว่ามันเป็น string,boolean,integer บลาๆ หรือเป็นค่าว่าง ดังนั้นเวลา PHP มันค้น index file มันจะไม่พบชื่อตัวแปรที่เราเอามาใช้ เลยแจ้่งว่า เฮ้ย แกยังไม่ได้กำหนดค่าให้ตัวแปรนะ อยู่จะเอามาใช้อย่างงี้ได้ยังไง มันอันตรายรู็้้มั้ย ว่าถ้า host ที่ใช้ไม่ได้ัตั้ง register_global = off จะโดยคนอื่นเขาสุ่มชื่อตัวแปร เข้ามาแก้ไขการทำงานของระบบเองง่ายๆ นะจ๊ะ เพราะว่ามันไป index ตัวแปรจากที่อื่น ทีไ่หนก็ได้ เพราะเราไม่ได้กำหนดไว้ (งงมะ)

วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุด ก็แค่เติม $i = 0; หรือกำหนดค่า NULL ให้มันก็ได้ครับ

1
2
3
4
5
$i = 0;
if ($i & lt; 10) {
    echo $i;
    $i++
}

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บางทีเราแก้แล้วจนเหนื่อย มันก็ยังมี Notice ขึ้นมาอีก จนน่าำรำคาญ เพราะบางครั้งเราำจำเป็นต้องใช้ $_SESSION หรืออะไรก็ตามที่เป็นตัวแปรที่ไม่ได้ประกาศไว้แต่ต้น ลองนึกดูซิครับว่า ถ้าเราต้องมาประกาศตัวแปรทั้งหมด ว่าใช้อะไรบ้าง แบบเดียวกับ C,C++ มันจะมากมายขนาดไหน!!!

วิธีแก้ที่กากที่สุดเท่าที่โปรแกรมเมอร์คนนึงจะทำได้ ก็คือ "ปิดมันซะ" ไม่ต้องแจ้งเจิ้งให้รำคาญตา เอาแค่ Error พอแล้ว โดยการใส่


1
error_reporting (E_ALL ^ E_NOTICE);

ไว้บรรทัดบนสุดของไฟล์, ถ้ามี index.php ก็ใส่ไว้ที่นั่นก็ได้ ไม่ต้องไปใส่ซ้ำพร่ำเพรื่อ เพียงเท่านี้มันก็จะไม่สนใจแล้วว่า คุณจะประกาศตัวแปรหรือไม่ประกาศ มันจะซ่อน Notice ทั้งหมดไม่ให้มารบกวนเราอีกต่อไป

หรือ

ไม่ต้องปิด แต่ใส่ @ เข้าไปหน้าตัวแปรนั้น เพื่อบังคับมันทำงานโดยไม่ต้องสนใจว่าจะ error หรือไม่ก็ตาม


1
echo @$id;
-------------

ส่งท้ายหน้าเกี่ยวกับการเขียน $_GET[id] กับ $_GET['id'] มันก็มี Notice นะ แต่จำไม่ได้ว่ามันแจ้งว่าอะไร คือมันจะบอกเราว่า ค่า GET ที่แกส่งมา มันไม่มีชื่อตัวแปรที่ว่านี้นะ


หมายถึง ถ้าเราใส่ว่า id เฉยๆ โดยไม่มี "ฟันหนู" หรือ quote, double qoute มันจะวิ่งไปหา index ตัวแปรที่เป็น defined หรือ ตัวแปรที่เป็นค่า constant ของระบบ อาทิ __FILE__ อะไรทำนองนี้


ทางที่ดี หากเราต้องใช้ ก้ามปู [] ให้เราใส่ '' เข้าไปด้วยครับ


*** ยกเว้น array ที่ใช้ตัวเลข ไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ

7/12/2556

การมีฐานข้อมูลใหญ่ ๆ กับการนำเข้าไปที่เซิฟเวอร์นับว่าเป็นเรื่องยุ่งยากมาก

มาดูโปรแกรมเล็กแต่แจ๋วกัน
ลองมาหลายตัว ก็มาตายตัวนี้แหละ

โปรแกรมนี้หาได้ฟรี คลิกไปชมหน้าเว็บ


DOWNLOAD

www.ozerov.de BigDump ver. 0.29b (beta) ขนาด (10 KB ZIP archive)


การใช้งานจริง และก่อนการติดตั้ง
1.สำรองข้อมูลทุก ๆ อย่างจะได้ไม่เสียใจภายหลัง พึงระลึกอยู่เสมอว่า ทุกอย่างมีความเสี่ยง
2.อ่านคู่มือการติดตั้งของโปรแกรมก่อน
3.บทความนี้ใช้BigDump ver. 0.29b (beta) รูปเป็นของเก่า
4.คุณ powermacc แห่งเว็บ www.powermacc.com Thanks มา ณ. ที่นี้




เมื่อยู่ในความครอบครองแล้ว ควรอ่านคู่มือก่อนเป็นลำดับแรก
ถ้าไม่เข้าใจเรื่องเซิฟเวอร์จำลอง ไปที่หน้าเว็บมองหาเรื่อง wmservertools ประกอบความเข้าใจ
อันดับแรกนำข้อมูลกับไฟล์ของบิกดั๊มมาไว้ที่เดียวกัน เมื่อโปรแกรมเรียกหาจะมาพบกันตรงนี้
ถ้าจะให้ดีก็สร้างโฟลเดอร์ใหม่หนึ่งโฟลเดอร์นำไฟล์ทั้งสองมาไว้รวมกัน แล้วก็อัพขึ้นไปทั้งหมด



นำภาพมาประกอบความเข้าใจก่อน เพื่อเรียกน้ำย่อย


หน้าดาวน์โหลดโปรแกรม


แตกไฟล์ออกมา

รายละเอียดที่ต้องเปลี่ยน




ประกอบความเข้าใจอีกรอบ ต้องนำมาอยู่ที่เดียวกัน ไม่งั้นหากันไม่เจอ




วิธีการอัพโหลดไปบนเซิฟเวอร์ นำไปทั้งหมด จะได้ไม่งง


สั่งให้โปรแกรมทำงานก็เรียกแบบนี้
www.domain.com/โฟลเดอร์เก็บไฟล์/bigdump.php
เรียกผ่านไฟล์ bigdump.php ให้เจอ ที่เหลือโปรแกรมจะจัดการให้เอง
ไฟล์บิกดั๊มจะต้องอยู่ที่เดียวกันกับไฟล์ของฐานข้อมูล
จะพบรูปคล้าย ๆ ด้านบน
แล้วก็กดที่ลิ้งค์เพื่อเริ่มทำงาน
เราใส่ฐานข้อมูลได้หลายไฟล์

ตัวใหม่ ๆนี้ จะฉลาดและรู้จักหมด สามารถลบได้ด้วย



กำลังทำงาน ดูแล้ว ดูดี
รอสักพักแล้วแต่ข้อมูล มากก็นานหน่อย ถ้าตามรูปก็เรียบร้อย
ถ้าเจอเออเร่อ ไม่เกี่ยวกับโปรแกรม อยู่ที่ฐานข้อมูลเราเอง

บางครา...



ปรับค่าจำนวนแถวในการทำงานแต่ละรอบให้น้อยลง เช่น
$linespersession = 3000;
แทนด้วย
$linespersession = 1000; // แล้วแต่ว่าต้องการให้ทำงานกี่บรรทัดในหนึ่งรอบการทำงาน



หรือปรับค่าการหน่วงเวลาในแต่ละรอบการทำงาน
$delaypersession = 0;
แทนด้วย
$delaypersession = 500; // 500 = 0.5 วินาที




- ถ้ามีข้อผิดพลาด "MySQL: Bad syntax near DEFAULT CHARACTER SET..."

แสดง ว่าไฟล์ฐานข้อมูลมาจาก MySQL เวอร์ชั่นเก่ากว่าที่ใช้งานอยู่ แก้ปัญหาได้โดยตามไปลบ DEFAULT CHARACTER SET... ออกจากทุกตาราง โดยอาจใช้โปรแกรมแก้ไขข้อความอย่าง Editplus ทำการลบออก

- ถ้ามีข้อผิดพลาด "MySQL: Table 'some_tbl_name' already exists"
แสดง ว่ามีตารางข้อมูลเก่าอยู่ ซึ่งปกติ BigDump จะไม่มีคำสั่งลบตารางข้อมูลเก่าออกก่อน ดังนั้นให้ทำการลบตารางเก่าออกเอง ก่อนที่จะสั่ง BigDump นำเข้าฐานข้อมูล




- ถ้ามีข้อผิดพลาด "Fatal error: Allowed memory size of xxx bytes exhausted" or "MySQL server has gone away"
แสดงว่ามีการใช้ Extended Inserts คือการใช้ Insert หลาย ๆ คำสั่งต่อกัน ดังนั้นในการส่งออกฐานข้อมูลอย่าใช้ตัวเลือก Extended Insert หรือ แทรกหลายระเบียนในคราวเดียว





เรียบร้อยแล้วหละ อุ้ยดีใจจังเราก็ทำได้ ไหงเราเก่งจัง
ว่าง ๆก็ไปเยี่ยมเว็บที่ผมสร้างด้วยบอร์ดนี้ดู ที่นี่ www.1080iP.com

7/09/2556

วิธีสร้าง Application Facebook เพื่อ Integration SMF

วิธีสร้าง Application Facebook เพื่อ Integration SMF

ขั้นตอนการสร้าง Facebook Application ID กับ Facebook Application Secret
เพื่อนำมาใส่ใน SA Facebook Integration ของบอร์ด SMF


อันดับแรกให้ Login facebook ของเราก่อน แล้วเลื่อนลงมาล่างสุด คลิกเข้าไปที่เมนู "ผู้พัฒนา"
หรือตามลิงค์นี้ https://developers.facebook.com/apps


คลิก Register as a Developer
ภาพนี้ได้ถูกเปลี่ยนขนาด คลิกที่นี่...เพื่อดูภาพขนาดเต็ม ภาพขนาดต้นฉบับคือ 1003x570


เข้าสู่ขั้นตอนที่ 1 คือยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของ Facebook
ภาพนี้ได้ถูกเปลี่ยนขนาด คลิกที่นี่...เพื่อดูภาพขนาดเต็ม ภาพขนาดต้นฉบับคือ 900x570


เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือแบบสอบถามว่าจะเอาไปใช้งานเกี่ยวกับอะไร
ภาพนี้ได้ถูกเปลี่ยนขนาด คลิกที่นี่...เพื่อดูภาพขนาดเต็ม ภาพขนาดต้นฉบับคือ 849x585



เข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 สร้าง Intergration
ภาพนี้ได้ถูกเปลี่ยนขนาด คลิกที่นี่...เพื่อดูภาพขนาดเต็ม ภาพขนาดต้นฉบับคือ 960x475


คลิกเพื่อสร้างแอพใหม่
ภาพนี้ได้ถูกเปลี่ยนขนาด คลิกที่นี่...เพื่อดูภาพขนาดเต็ม ภาพขนาดต้นฉบับคือ 992x581


Create New App  ในช่อง  App Name: ใส่ชื่อเว็บไซต์ของเรา
ส่วน App Namespace : เป็นการตั้งชื่อให้กับเว็บแอพ (เว้นว่างไว้)
Web Hosting (เว้นว่างไว้)


ใส่โค้ดป้องกัน


สร้างแอพสำเร็จจะได้ App ID กับ App Secret นำกลับไปใส่ที่ SMF

6/23/2556

สร้าง Mind Map ด้วยโปรแกรม XMIND เพื่อการวางแผนกลยุทธ์

Mind Map with XMind



Mind Map
Mind Map หรือ Mind-Map แปลตรงตัวว่า แผนที่ความคิด บางท่านอาจจะเรียกว่าแผนผังความคิดหรือแผนภาพความคิด เป็นทฤษฎีในการนำเอาสมองมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ 

ทฤษฎีนี้คิดขึ้นโดยโทนี บูซาน (Tony Buzan) นักจิตวิทยาชาวอังกฤษ ปัจจุบันมีผู้นำเอาทฤษฎีของบูซาน ไปใช้งานจำนวนมาก ใน ไทยเราเองส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะในการสอนให้เด็กนักเรียนฝึกใช้สมองในการเขียนแผนที่ความคิดสร้างจิต นาการต่างๆ ออกมา การ เขียนแผนที่ความคิดจะมีโครงสร้างและแนวความคิดแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่ว่าเราจะนำมาเขียนแนวความคิดเกี่ยวกับอะไร Mind Map จะช่วยคุณในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้
• ช่วยในการเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์ได้รวดเร็วขึ้น
• สร้างจากสิ่งที่เป็นนามธรรมสู่รูปธรรม
• ใช้แก้ปัญหาปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
• ใช้ในการทำการตัดสินใจกรณีมีทางเลือกหลายๆ ทาง 

โปรแกรม XMind 
แล้ว หากเราจะวาดภาพ Mind Map โดยใช้โปรแกรมนั้น ผมขอแนะนำโปรแกรมตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Xmind ซึ่งสามารถทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าโปรแกรมประเภท Mind Map โดย แนะนำเวอร์ชั่น XMind 3 เพราะเป็นเวอร์ชันที่เรานำไปใช้ได้ฟรี (แต่ถ้าเป็นเวอร์ชัน XMind Pro 3 นั้น จะต้องเสียเงิน) ความสามารถของโปรแกรม XMind 3 มีดังนี้ครับ

• สามารถทำ Mind Map ได้ 
• สามารถแสดงเป็นในรูปแบบ Fishbone Diagram หรือแผนภูมิก้างปลา
• ทำเป็น Spreadsheet ได้
• ความสามารถในการทำตำแหน่งใช้ icon ทำตำแหน่ง Marker
• สามารถแทรกหมายเหตุเพิ่มเติม(Note)เข้าไปในแผนภูมิได้
• แนบไฟล์ หรือลิ้งค์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เราเขียนก็ได้
• สามารถ Export ออกมาเป็น Html / PNG / JPEG / BMP ได้เหมือนกัน
• สามารถนำออกไปแชร์กับผู้อื่นผ่านทางอินเตอร์เนตได้
• สามารถนำเข้าไฟล์จาก Free Mind และจาก Mind Manager ก็ได้

สำหรับวิธีใช้งานนั้น ดูได้จากศึกษาได้จาก VDO Tutorial ที่นี่ได้ครับ

6/14/2556

เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtualization)

http://www.cisco.com/web/TH/about/assets/images/cloudbased.jpg


ในโลกของวงการไอที เรามักจะเห็นวงจรการพัฒนาที่ค่อนข้างเหมือนเดิมซ้ำๆ มาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว นั่นคือการพัฒนาในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ ที่ดูเหมือนจะแข่งกันว่าใครจะล้ำหน้ากว่าใคร บางทีฮาร์ดแวร์สามารถพัฒนาจนมีความเร็ว และหน่วยความจำมากพอเกินกว่าที่ซอร์ฟแวร์ต้องการใช้ บางครั้งก็เป็นจังหวะที่ซอร์ฟแวร์มีความล้ำหน้า จนไม่สามารถหาฮาร์ดแวร์ที่เร็วพอจะวิ่งได้ อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ ที่มีฮาร์ดแวร์ซึ่งถูกพัฒนามาจนมีสมรรถนะสูง และหน่วยความจำมากมายจนเกินพอ สำหรับซอร์ฟแวร์หรือแอพพลิเคชั่นหลาย ๆ ตัวเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีซอร์ฟแวร์ หรือแอพพลิเคชั่นอีกมากที่ยังต้องการฮาร์ดแวร์ ที่มีประสิทธิภาพสูงๆ เพื่อให้เพียงพอกับภาวะการใช้งานที่มีผู้ใช้จำนวนมหาศาล หรือมีทำรายการอย่างต่อเนื่องไม่สะดุดได้ ทำให้เริ่มเกิดช่องว่างระหว่างแอพพลิเคชั่น ที่ต้องการทรัพยากรมากๆ (อันเกิดจากภาวะการใช้งานจริง) กับแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ ทั่วไป ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแนวความคิดที่จะพัฒนาอุปกรณ์ “เสมือนจริง” เพื่อเติมเต็มช่องว่างของแอพพลิเคชั่น และฮาร์ดแวร์ต่างๆ ขึ้น และด้วยเทคโนโลยีนี้ยังสามารถพัฒนา ต่อยอดให้เกิดการให้บริการ “เสมือนจริง” จากทางด้านแอพพลิเคชั่นให้แก่ผู้ใช้ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ผู้เขียนขออนุญาต ใช้คำว่าเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtualization

แนวคิดของเทคโนโลยีเสมือนจริง คือการที่จะรักษาระดับการให้บริการ หรือที่มักเรียกติดปากว่า “SLA” (Service Level Agreement) ให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง และรวดเร็วเพียงพอของแอพพลิเคชั่น หรือบริการใดๆ ก็แล้วแต่ ดังนั้นการให้บริการกับผู้ใช้ของแอพพลิเคชั่น จะไม่ผูกติดกับฮาร์ดแวร์จริงใดๆ เพื่อที่จะสามารถดึงเอาทรัพยากรต่างๆ ในระบบมาใช้วิ่งงานได้อย่างเต็มที่ และต่อเนื่องคล้ายๆ กับว่าแอพพลิเคชั่นนั้นกำลังวิ่งอยู่บน “เครื่องเสมือนจริง” นั่นเอง โดยหลักใหญ่แล้วทรัพยากรสำคัญๆ ที่เป็นที่สนใจในขณะนี้ก็คือซีพียู (หมายรวมถึงหน่วยความจำแรมที่ใช้งานด้วย) และระบบจัดเก็บข้อมูล

เครื่องเสมือนจริงที่วิ่งแอพพลิเคชั่นอยู่นั้น สามารถที่จะดึงกำลังของซีพียู ของเครื่องจริงเครื่องใดที่ยังเหลือ หรือว่างอยู่มาใช้งานได้ และในทำนองเดียวกันมันสามารถเก็บข้อมูลลงบน “ฮาร์ดดิสก์เสมือนจริง” ซึ่งที่จริงก็คือเก็บข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์จริงที่อยู่ที่ไหนก็ได้ ด้วยหลักการทำงานแบบนี้จะเห็นว่า แอพพลิเคชั่นสามารถวิ่งให้บริการผู้ใช้ อยู่บนฮาร์ดแวร์จริงได้หลายๆ เครื่อง ทำให้เกิดความต่อเนื่องในการบริการอย่างสูง ถึงแม้จะมีฮาร์แวร์จริงบางเครื่องที่มีปัญหา หรือเสียจนใช้งานไม่ได้ก็ไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการ นอกจากนี้แอพพลิเคชั่นเองยังมีประสิทธิภาพ ของการให้บริการที่ดีอีกด้วย โดยลักษณะการใช้งานในปัจจุบันเรา มักจะจัดกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์ไว้อยู่ด้วยกัน เป็นเซิร์ฟเวอร์ฟาร์มอยู่แล้ว เทคโนโลยีเสมือนจริงนี้จะเข้ามาช่วย ให้การใช้งานเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเรายังอาจขยายการใช้งานติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ฟาร์ม ออกไปยังศูนย์สำรองได้อีกด้วย เรายังใช้ลักษณะเดียวกันนี้ กับระบบจัดเก็บข้อมูลซึ่งสามารถออกแบบ ให้มีระบบจัดเก็บข้อมูลจริงอยู่สองถึงสามชุด ที่ศูนย์หลัก และศูนย์สำรองได้ด้วยเช่นกัน โดยแอพพลิเคชั่นหรือเซิร์ฟเวอร์จะมองเห็น เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลเพียงชุดเดียว

ถึงจุดนี้จะเห็นว่าเทคโนโลยีเสมือนจริง จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีระบบเครือข่าย ที่มีประสิทธิภาพ และความอัจฉริยะเพียงพอที่จะรองรับการทำงานเหล่านี้ เพื่อเชื่อมต่อทรัพยากรจริงทั้งหลาย ให้กลายเป็นทรัพยากรเสมือนได้ ฉะนั้นปัจจัยหลักพื้นฐานที่จะสร้างระบบเสมือนจริง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือ การเตรียมระบบเครือข่ายอัจฉะริยะเสียตั้งแต่วันนี้

ตอนนี้คงมองเห็นถึงการเกิดเซิร์ฟเวอร์ และระบบเก็บข้อมูลเสมือนจริงกันแล้ว ในอนาคตตัวแอพพลิเคชั่นเอง หรือบริการของแอพพลิเคชั่นที่ให้กับผู้ใช้ หรือให้กับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ก็จะเป็นแบบเสมือนจริงได้ด้วย กล่าวคือการเรียกใช้บริการต่างๆ จากแอพพลิเคชั่น ผู้ใช้ (หรือแอพพลิเคชั่นอื่นที่เรียกใช้บริการ) ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าบริการเหล่านั้น อยู่ที่ใด หรืออยู่บนเซิร์ฟเวอร์เครื่องไหน แต่จะเรียกใช้บริการจากเครือข่ายได้โดยตรง โดยระบบเครือข่ายเองจะเป็นผู้มีหน้าที่ จัดหาบริการเหล่านั้นมาบริการให้เอง ซึ่งจะเห็นว่าระบบเครือข่ายเริ่มที่จะขยายขอบเขต การบริการล้ำเข้าไปในฝั่งของแอพพลิเคชั่นมากขึ้น เราอาจเรียกระบบเครือข่ายนี้ว่า “เครือข่ายเชิงแอพพลิเคชั่น” หรือ AON (Application Oriented Network)

เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtualization)

โดย มงคล อัศวโกวิทกรณ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมระบบ

บทความจากซิสโก้ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ MPLS Multiprotocol Label Switching (MPLS)

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ MPLS

แม้จะฟังดูยากและอาจจะออกในแนวเทคนิคไปนิดแต่ Multiprotocol Label Switching (MPLS) สามารถช่วยให้การต่อเชื่อมระหว่างสำนักงานนั้นง่ายขึ้น, มีประสิทธิภาพมากขึ้น, และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเสียจนผู้ใช้บริการหลายต่อหลายคน ร้องขอให้มีการใช้งาน หรือองค์กรของท่าน อาจได้มีการใช้งานอยู่แล้วก็เป็นได้


การให้บริการ MPLS นั้นนับเป็นหัวข้อในลำดับต้นๆ ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยเรา ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกในการให้บริการแก่ลูกค้าระดับองค์กร และในทางกลับกันการใช้งาน MPLS ก็เป็นที่สนใจของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากการใช้บริการต่างๆ บนเครือข่ายของผู้ให้บริการที่เพิ่มขึ้น ก็เท่ากับการลดภาระในการดูแลระบบด้านไอทีภายในองค์กรลง
ถ้าจะลองเปรียบเทียบการทำงานของ MPLS กับการส่งพัสดุ หรือการที่ท่านโหลดกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องบินนั้น เราทุกคนต้องการที่จะมั่นใจว่าสัมภาระหรือพัสดุของเรานั้น ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ทันเวลา และอยู่ในสภาพที่ดีครบถ้วนเหมือนตอนที่ส่งไปจากเรา ทั้งนี้โดยมากแล้ว ก็จะมีการติดป้ายหรือสติกเกอร์ลงไปที่กล่องพัสดุ หรือกระเป๋าเราว่า “ห้ามทับ”, “ระวังแตก”, หรือ “ห้ามโยน” ซึ่งจะบอกกับทุกคนว่าต้องทำอย่างไรกับสิ่งของเหล่านั้น
Multiprotocol Label Switching (MPLS) ก็มีการทำงานในรูปแบบเดียวกันกับข้อมูลต่างๆ ที่มีการส่งผ่านไปมาในระบบเครือข่าย โดยจะมีการติดเครื่องหมาย (Label) ให้กับแต่ละหน่วยข้อมูลที่เรียกว่าแพ็คเก็ท (Packet) เพื่อที่จะบอกอุปกรณ์เครือข่าย อย่างเช่นเราเตอร์และสวิสท์ ให้ทำการส่งข้อมูลไปในทิศทาง และรูปแบบที่กำหนดไว้ และสำหรับข้อมูลที่มีความสำคัญมาก ก็จะได้รับการส่งแบบพิเศษกว่าข้อมูลอื่นๆ
ดังที่ได้กล่าวมาในขั้นต้นว่า ผู้ให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคม ต่างก็ให้ความสนใจในการติดตั้งระบบ MPLS ซึ่งจะช่วยเพิ่มรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้า และการที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ต่างให้ความสนใจกับ MPLS นั้นเนื่องจากว่า มันสามารถทำให้ผู้ให้บริการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายเดียวที่พวกเขามีอยู่ ในการให้บริการที่หลากหลายแทนที่จะต้อง ลงทุนในการสร้างระบบเครือข่ายที่แยกจากกันหลายๆ ระบบ เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการให้บริการใหม่ๆ และยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเสนอการใช้แอพพิเคชัน และรูปแบบการให้บริการที่มากขึ้นแก่ลูกค้า โดยผ่านโครงสร้างระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการทั้งหมดได้ ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนด้านอุปกรณ์สำหรับลูกค้า และเพิ่มมูลค่าให้กับการให้บริการที่หลากหลายยิ่งขึ้น สำหรับผู้ให้บริการเอง
MPLS สามารถให้ประโยชน์กับผู้ใช้งานได้เช่นเดียวกับผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ยิ่งถ้ามีการเพิ่มมูลค่าให้กับบริการที่ใช้งานอยู่บนเครือข่ายของผู้ให้ บริการเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่าภาระในการดูแลระบบเครือข่าย ของฝั่งผู้ใช้นั้นก็น้อยลงตามไปด้วย และจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น เช่นถ้าผู้ให้บริการสร้างระบบเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network, VPN) ที่มีการรับรองคุณภาพในการให้บริการ (Quality of Service) ผ่าน MPLS ในการให้บริการแก่ลูกค้านั้น จะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการใช้เครือข่ายในการสื่อสารทั้งภาพ เสียง และข้อมูล ผ่านระบบเครือข่ายเดียวกัน มากกว่าที่จะแยกการสื่อสารผ่านระบบเสียงและข้อมูลที่แยกจากกันเหมือนในอดีต สำหรับการใช้งาน MPLS ในปัจจุบันนั้น โดยมากจะใช้ควบคู่ไปกับเครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือ VPN ซึ่งผู้ใช้บริการที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย จากการเช่าสายวงจรสื่อสารที่เชื่อมต่อระหว่างสำนักงาน ก็สามารถมีทางเลือกใหม่ในการใช้ VPN ที่มีความปลอดภัยในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายสาธารณะ หรืออินเทอร์เน็ต ได้โดยที่ MPLS จะเข้ามาช่วยในการ ทำให้ VPN นั้นเป็นเครือข่ายขององค์กร ที่ทำงานอยู่บนระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการ แทนที่จะต้องทำงานอยู่บนอุปกรณ์เครือข่ายของผู้ใช้ และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ MPLS-based VPN สามารถช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มีสำนักงานสาขาหลายแห่ง และมีการส่งข้อมูลถึงกันในแต่ละสาขาโดยตรง
ดูเหมือนกับว่า MPLS โดยทางเทคนิคแล้ว จะถูกสร้างมาเพื่อพัฒนา และก่อให้เกิดการใช้งานด้าน VPN ในองค์กรมากยิ่งขึ้น เพราะว่า MPLS-based VPN มีความคล่องตัว และสามารถขยายขนาดได้ง่ายกว่า VPN ชนิดอื่นๆ การสร้างและติด ตั้งการเชื่อมต่อ VPN ไปยังสำนักงานสาขาใหม่โดยใช้ MPLS นั้นมีความง่ายในการติดตั้งมากกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่นอกจากนี้ MPLS ยังสามารถให้บริการผ่านโครงข่าย ATM (Asynchronous Transfer Mode) หรือโครงข่าย Frame Relay ได้ซึ่งทำให้การปรับเปลี่ยนเป็นไปได้อย่างง่ายดาย
การให้บริการ MPLS นั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหม่ และแนวโน้มเมื่อมีการให้บริการเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้อัตราค่าใช้บริการนั้นถูกลงในอนาคต ทั้งนี้เทคโนโลยี MPLS เพิ่งจะถูกใช้งานมาไม่ถึง 4 ปี และมีให้บริการแก่ผู้ใช้ประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมานี้เอง โดยเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้บีบอัดและส่งข้อมูลจำนวนมาก เข้าไปในแบนด์วิธ หรือ ช่องสัญญาณที่มีอยู่เดิมได้ ซึ่งส่งผลให้สามารถเลื่อน หรือผลัดผ่อนการขยายช่องสัญญาณ (แบนด์วิธ) ออกไปได้ และเมื่อใช้บริการระบบ MPLS ด้วยแล้ว จะช่วยให้สามารถทำการบริหารจัดการระบบเครือข่าย โดยลดความซับซ้อนลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรที่ทำการบริหารจัดการการเชื่อมต่อ Frame Relay ด้วยตนเองจะยิ่งเห็นประโยชน์ได้อย่างชัดเจน
แนวโน้มในการใช้บริการต่างๆ จากภายนอกองค์กร หรือที่เรียกว่า Outsourcing นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมีการใช้ งาน MPLS เราก็สามารถที่จะ Outsource การดูแลการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายให้กับผู้ให้บริการได้มากยิ่งขึ้น และในบริการด้านโทรคมนาคมต่างๆ นั้น MPLS VPN นับเป็นบริการที่ได้รับความสนใจมากที่สุด โดยเป็นบริการการเชื่อมต่อความเร็วสูง ให้กับผู้ใช้ที่อยู่นอกสำนักงานในระยะไกล ไม่ว่าจะอยู่ในระหว่างเดินทาง ทำงานจากสำนักงานของบริษัทคู่ค้า หรือจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน โดยไม่ขึ้นอยู่กับโครงข่ายของผู้ให้บริการแอสเสสรายใด ขอเพียงแค่สามารถต่อเชื่อมสู่อินเทอร์เน็ตได้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น DSL อีเทอร์เน็ต ไดอัล-อัพ หรือจะเป็นเคเบิลโมเด็ม
บริษัทและองค์กรควรจะมอง MPLS ในมุมของการใช้งานในภาพรวมของแผนพัฒนาระบบเครือข่าย ทั้งนี้เนื่องจากว่า เทคโนโลยีและแนวโน้มการใช้งานใหม่ๆ อย่างเช่น MPLS, IPv6, ระบบแลนไร้สาย 802.11, และ IP Mobility ล้วนแล้ว แต่ได้รับการพัฒนาโดยหน่วยงานด้านมาตรฐานต่างๆ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรด้านไอที ต้องเรียนรู้และพัฒนาแผนการดำเนินการ ให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้กล่าวมาด้วยเหตุผลที่ว่า เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้จะมีส่วนอย่างมาก ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายขององค์กร ที่จะมีการใช้งานทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

6/04/2556

การลงทะเบียน Line Pc (Line for PC)

 การลงทะเบียน Line Pc (Line for PC)



การลงทะเบียนการใช้งาน LINE PC หรือ Line for PC
    เปิดแอพพลิเคชั่น LINE ที่ติดตั้งใช้งานบนโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android
    ไปที่เมนู More (…) ด้านล่าง -> Setting (รูปฟั่นเฟือง)
    หลังจากนั้นเลือกเมนู Accounts -> Email Registration (หากมันขึ้นว่า Not YET ก็ขอให้กดเข้าไป เพื่อทำการลงทะเบียน)
    กรอกอีเมล์ที่จะใช้ลงทะเบียนเพื่อเล่น LINE PC ตามด้วยรหัสผ่าน (Password) (ข้อกำหนด ความยาวรหัสผ่าน ระหว่าง 12 ถึง 20 ตัวอักษร)
    ดาวน์โหลดโปรแกรม LINE PC ได้จากที่นี้เลย  http://www.linepc.in.th
    ติดตั้งลงโปรแกรมและเปิดใช้งานโปรแกรม LINE PC แล้วให้ใช้อีเมล์ พร้อมรหัสผ่าน ที่เรากรอกใส่เข้าไป ตอนลงทะเบียนอีเมล์
    เสร็จเรียบร้อยสำหรับการติดตั้งโปรแกรม LINE for PC สามารถเรียกใช้งานและเปิดโปรแกรมได้ทันที

เพียงแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย สามารถล็อคอินเข้าไปใช้งานได้ตามปกติ เหมือนกับการเล่นบนมือถือเลย หวังว่าทุกคนคงสนุกกับการใช้งานโปรแกรม Line PC กันนะครับ




Line PC (Line Pc for Windows)



ดาวน์โหลด Line PC สำหรับผู้ใช้งาน Windows ( XP / Vista / 7)
โปรแกรม LINE PC (Line for PC) นี้ ผู้พัฒนาโปรแกรม LINE PC สามารถให้ผู้ใช้งานทุกคนดาวน์โหลดไปติดตั้งใช้งานกันได้ฟรี Free!! โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมการติดตั้งที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานบน Windows ( XP / Vista / 7) สำหรับใครที่สนใจอยากดาวน์โหลดโปรแกรม สามารถดาวน์โหลด ได้เลย

คลิกดาวน์โหลดได้ ที่นี้ http://dl.desktop.line.naver.jp/naver/LINE/win/LineInst.exe

และ สามารถดูขั้นตอนการติดตั้งใช้งานได้ที่

http://thaicourt.blogspot.com/2013/06/line-pc-line-for-pc.html

ดาวน์โหลด Line PC สำหรับผู้ใช้งาน Mac OS

โปรแกรม LINE PC (Line for PC) นี้ ผู้พัฒนาโปรแกรม LINE PC สามารถให้ผู้ใช้งานทุกคนดาวน์โหลดไปติดตั้งใช้งานกันได้ฟรี Free!! โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมการติดตั้งที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานบน Mac OS สำหรับใครที่สนใจอยากดาวน์โหลดโปรแกรม สามารถดาวน์โหลด ได้เลย

คลิกดาวน์โหลดได้ ที่นี้ http://dl.desktop.line.naver.jp/naver/LINE/osx/Line.dmg

และ สามารถดูขั้นตอนการติดตั้งใช้งานได้ที่

http://thaicourt.blogspot.com/2013/06/line-pc-line-for-pc.html

ดาวน์โหลด Line PC สำหรับผู้ใช้งาน Mac OS

โปรแกรม LINE PC (Line for PC) นี้ ผู้พัฒนาโปรแกรม LINE PC สามารถให้ผู้ใช้งานทุกคนดาวน์โหลดไปติดตั้งใช้งานกันได้ฟรี Free!! โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมการติดตั้งที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานบน Mac OS สำหรับใครที่สนใจอยากดาวน์โหลดโปรแกรม สามารถดาวน์โหลด ได้เลย

คลิกดาวน์โหลดได้ ที่นี้ http://dl.desktop.line.naver.jp/naver/LINE/osx/Line.dmg

และ สามารถดูขั้นตอนการติดตั้งใช้งานได้ที่

http://thaicourt.blogspot.com/2013/06/line-pc-line-for-pc.html

 Line PC (Line Pc for Windows)

ดาวน์โหลด Line PC สำหรับผู้ใช้งาน Windows 8

โปรแกรม LINE PC (Line for PC) นี้ ผู้พัฒนาโปรแกรม LINE PC สามารถให้ผู้ใช้งานทุกคนดาวน์โหลดไปติดตั้งใช้งานกันได้ฟรี Free!! โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมการติดตั้งที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานบน Windows 8 สำหรับใครที่สนใจอยากดาวน์โหลดโปรแกรม สามารถดาวน์โหลด ได้เลย

คลิกดาวน์โหลดได้ ที่นี้ http://apps.microsoft.com/windows/app/line/b039ba22-c3af-45b3-aea2-83d612c9bce6

และ สามารถดูขั้นตอนการติดตั้งใช้งานได้ที่

http://thaicourt.blogspot.com/2013/06/line-pc-line-for-pc.html

โปรแกรมแชท Line PC (LINE for PC)

โปรแกรมแชท Line PC (LINE for PC)




LINE แอพพลิเคชั่นยอดฮิตที่ได้รับความนิยมในการใช้ เป็นแอพพลิเคชั่นแชทออนไลน์ที่อยู่ในสมาร์ทโฟนทั้ง iPhone , Android , Windows และ Black Berry มีความสามารถในการใช้งานคล้ายๆ กับแอพพลิเคชั่น WhatsApp ที่ใช้เบอร์โทรศัพท์ในการลงทะเบียน เพื่อยืนยันตัวตนในการใช้งาน แต่สำหรับโปรแกรม LINE นั้นมีการเพิ่มฟีเจอร์และลูกเล่นมากมาย ให้น่าสนใจเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน เช่น สติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ทั้งฟรีและเสียตัง ,สนทนาผ่านทางข้อความ , สามารถสนทนาออนไลน์ผ่านเสียงได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ , สามารถปรับแต่งภาพวอลเปเปอร์แบคกราวด์ได้ตามที่ต้อง , สนทนาได้ทั้งแบบกลุ่มและแบบรายบุคคล และมีเกมส์ให้เล่นอีกมากมาย สามารถอ่านและติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมได้จากการใช้งาน LINELINE แอพพลิเคชั่นแชทยอดนิยม เป็นอีกหนึ่งแอพฯ ที่มียอดดาวน์โหลดในการใช้งานมากที่สุดถึง 40 ประเทศ ยอดจำนวนดาวน์โหลดใช้งานทั้งหมดมากกว่า 1,000 ล้านบัญชี และเพิ่มจำนวนการใช้งานเรื่อยๆ แอพพลิเคชั่นนี้เป็นโปรแกรมบริการส่งข้อความ ที่ได้รับความนิยมชื่นชอบในการใช้งานมากกว่า 230 ประเทศ โดยค่าธรรมเนียมในการใช้งานั้นขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณ
LINE เป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่ผสมผสานระหว่าง Msesaging และ Voice เข้าด้วยกัน จึงทำให้เกิดการพัฒนาและออกแบบมาเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานในการสนทนา แชท สร้างกลุ่มพูดคุย ส่งข้อความ แชร์ไฟล์รูปภาพ หรือ สนทนาผ่านเสียง โดยข้อมูลทั้งหมดไม่ต้องเสียเงินเลย ใครที่มีสมาร์ทโฟนและใช้แพคเก็จอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งมีการทำงานของ LINE เอง

ล่าสุดเอง LINE ก็ได้พัฒนาขยายแพลตฟอร์มการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อการรองรับการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน โดยได้พัฒนาไปยังสมาร์ทโฟนต่างๆ เช่น iPhone , Android , Windows Phone , Black Berry ต่างก็สามารถใช้งานได้ฟรี และสำหรับคอมพิวเตอร์ก็ไม่ควรพลาด เพราะผู้พัฒนาเองได้ออก LINE PC เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับการใช้งานบน PC หรือคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS โดยจะต้องสมัครสมาชิกบน LINE Account เดียวกับโทรศัพท์มือถือเสียก่อน เนื่องจากระบบอ้างอิงจาก LINE ID ของผู้ใช้งานนั้นๆ โดย สามารถลงทะเบียน LINE เพื่อใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ
  • เปิดแอพฯ LINE จากนั้นไปที่เมนู More > Settings > Accounts > Email Registration
  • กรอกข้อมูลอีเมลเพื่อใช้ในการสมัคร LINE สำหรับใช้บนคอมพิวเตอร์
  • โหลดโปรแกรม LINE แล้วติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย
  • ล็อคอินเข้าใช้งาน LINE ด้วยอีเมลและพาสเวิร์ดที่สมัครไว้



ดาวน์โหลด LINE เวอร์ชั่น PC

ดาวน์โหลด LINE บน Mobile