10/12/2552

การเซ็ทค่าเบื้องต้นให้ Linksys WAG54G

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณ Jujang ที่ให้ยืม Linksys WAG54G มาใช้ในการเขียนบทความครั้งนี้ครับ :-)

เริ่มแรกเลยเราจะมาลองแกะกล่องดูว่าทาง Linksys ให้อะไรมาบ้างนะครับ
- WAG54G
- สาย LAN Cat-5 1 เส้น
- สายโทรศัพท์ 1 เส้น
- Power Adapter
- Quick Installation Guide


ทางด้านหน้าของ WAG54G จะมีหลอด LED แสดงสถานะต่างๆอยู่หลายดวงทีเดียว เริ่มจากซ้ายไปขวาเลยนะครับ


- Power LED (สีเขียว): ติด แสดงว่ามี Power, ไม่ติด = ไม่ได้เสียบปลั๊ก
- Ethernet (สีเขียว): แต่ละพอร์ตจะมี LED 1 ดวงกำกับอยู่ ถ้าติด แสดงว่ากำลังเชื่อมต่อครับ
- WLAN LED (สีเขียว): ติด = ได้เปิดการใช้งาน Wireless LAN, ไม่ติด = ไม่มีการเชื่อมต่อแบบ Wireless อยู่ในขณะนั้น, กระพริบ = มีการรับ-ส่งข้อมูลผ่านระบบ Wireless LAN
- ADSL Internet (สีเขียว): ไฟแสดงสถานะว่ามีการเชื่อมต่อกับ ADSL โดยที่ไฟจะติดสว่างเมื่อมีการเชื่อมต่อกับ ADSL ได้อย่างสมบูรณ์, สำหรับดวงถัดไปเป็น Activity ซึ่งจะกระพริบ เมื่อมีการ รับ-ส่งข้อมูลผ่านสาย ADSL

ทางด้านหลัง มีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายๆอย่าง โดยเราจะเริ่มจาก ซ้ายไปขวา เลยนะครับ


- Antenna : เสาอากาศของ Wireless LAN (ถอดเปลี่ยนไม่ได้)
- Line : ช่องเสียบสายสัญญาณ ADSL (RJ-11)
- Ethernet (RJ-45) : ช่องเสียบสาย Ethernet LAN (RJ-45) ความเร็ว 10/100Mbps
- Reset : ปุ่ม Reset หลังจากเปิดเครื่อง Router แล้ว ให้กดค้างไว้ 10 วินาที แล้วปล่อย เพื่อลบค่าทุกอย่างให้เหมือนกันตอนที่มาจากโรงงาน
- Power : ช่องเสียบสาย Power จาก Power Adapter
- On/Off Switch : Switch ปิด-เปิด

รูปทางด้านข้าง


มาดูด้านบนกันบ้าง


อันนี้เป็นใต้ท้องครับ


มุมมหาชน เสาอากาศยักษ์ กับ Port ต่างๆ


มาเริ่มกันเลยนะครับ เนื่องจาก Linksys WAG54G ตั้งค่า IP Address มาจากโรงงานเป็น 192.168.1.1 หลังจากที่เสียบสาย LAN ต่อเข้ากับเครื่อง Computer แล้วก็เปิด Web Browser ขึ้นมา แล้วพิมพ์ 192.168.1.1 แล้วกด Enter ครับ หลังจากนั้นคุณก็จะเข้ามาที่หน้า Login จากนั้นให้ใส่ admin เป็น Username และ Password แล้วคลิก OK ครับ


หลังจากนั้นคุณก็จะถูกพาเข้ามาที่หน้า Setup - Basic Setup ดังรูปครับ ในที่นี้ผมจะเซ็ทค่าสำหรับ True Hi-Speed Internet ให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ สิ่งที่เราจำเป็นต้องเซ็ทนั้น มีแค่ 6 อย่างเท่า นั้นครับ คือ Encapsulation, Virtual Circuit - VPI (Virtual Path Identifier), Virtual Circuit - VCI (Virtual Channel Identifier) , Multiplexing, User Name, Password และก็ Time Zone ครับ


สำหรับ True Hi-Speed Internet นั้น คุณสามารถเซ็ทค่าต่างๆตามรูปได้เลยครับ โดยสิ่งที่เปลี่ยนแค่ 2 อย่างก็คือ User Name และ Password ภายใต้หัวข้อ PPPoE Settings เท่านั้นครับ แล้ว ให้คลิก Save Setting ครับ แค่นี้คุณก็สามารถที่จะเข้า Internet ผ่าน WAG54G ได้แล้วครับ

ต่อมาก็จะมาเซ็ทในส่วนของ Wireless Network กันบ้างนะครับ ให้คลิกที่เมนู Wireless ทางด้านบน คุณก็จะถูกพามาในหน้า Wireless - Basic Wireless Settings ครับ

ในส่วนของ Wireless Network Name (SSID) ผมแนะนำให้เปลี่ยนทันทีเมื่อทำการติดตั้งครับ

ค่า Channel นั้น จะลองทิ้งไว้เป็น 11 ก่อนก็ได้ครับ แล้วถ้าภายหลังมี Wireless Network ข้างๆมากวน เราค่อยเข้ามาเปลี่ยน Channel หนีครับ

ค่า Wireless SSID Broadcast นั้น หลังจากที่คุณได้ทำการเซ็ทเครื่องทุกเครื่องเข้ากับ Wireless Network เรียบร้อยแล้ว ผมแนะนำให้เลือก Disabled ครับ เพราะว่าจะทำให้ Wireless Network ของคุณปลอดภัยมากขึ้นครับ


สำหรับ Wireless Network Mode นั้นจะให้คุณเลือก Mode ได้ 4 แบบคือ Mixed (802.11g และ 802.11b), 802.11g อย่างเดียว, 802.11b อย่างเดียว หรือ Disabled ครับ


ต่อมาก็จะเข้าไปเซ็ท Wireless Security กันนะครับ โดยคลิกที่เมนู Wireless Security ทางด้านบน


พอคลิกที่ลูกศรลงก็จะเห็นว่ามี Security Mode ให้เลือกถึง 5 แบบครับ แต่ในตอนนี้ผมจะพาไปดูการเซ็ทค่า WEP ก่อนก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าเครื่อง Client ส่วนมากจะสามารถใช้ได้ รวมทั้ง Pocket PC ด้วยครับ


พอเลือก WEP แล้วก็จะมี Options ต่างๆแสดงขึ้นมาดังรูปครับ


สำหรับ Key Size นั้น มีให้เลือกทั้งแบบ 64 Bit และ 128 Bit (ยิ่งมาก ยิ่งดีครับ) พอเลือก 128 bits ก็จะเห็นว่ามีที่ให้ใส่ WEP Key ยาวขึ้นครับ
ในที่นี้ผมเลือก 128 Bit ซึ่งต้องใช้เลขฐาน 16 (0-9, A-F) ถึง 26 ตัวครับ แต่ถ้าคุณไม่รู้จักวิธีแปลงเลขฐาน 16 ก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะว่า WAG54G มี Passphrase Generator ให้ใช้ครับ โดย เพียงแค่คุณป้อนคำอะไรก็ได้ลงไป คลิกเลือก Key แล้วก็คลิก Generate ครับ


ต่อมาก็ให้เข้าไปดูที่เมนู Status ก็จะเห็นว่ามีปุ่ม Connect และ Disconnect สำหรับใช้ต่อเข้ากับ Internet ครับ


นี่ แหล่ะครับ การเซ็ทค่าเบื้องต้นของ Linksys WAG54G ให้สามารถแชร์ Internet ได้ทั้งแบบ Wired และ Wireless โดยที่มีการเซ็ท WEP รวมทั้งการซ่อน SSID ด้วยครับ


Mode ต่างๆ ของ Access Point

Mode แต่ละโหมดของ Wireless Access Point มีไว้ใช้ประโยชน์ใดบ้าง

เมื่อคุณซื้อ Wireless Access Point มาซักตัวนึง คุณอาจจะสงสัยว่า "ทำไมถึงมี Mode ต่างๆมาให้ใช้มากมาย แต่ละ Mode เอาไว้ใช้ในกรณีไหนบ้าง?" ผมก็มีความสงสัยเหมือนกับคุณครับ เราจึงได้ไปลองค้นดูว่าแต่ละโหมด เอาไปใช้ทำอะไรกันบ้าง มาเริ่มดูกันเลยดีกว่าครับ


โดยทั่วๆไป Wireless Access Point จะมี Mode 4 - 5 Mode ให้เลือกใช้ครับ

1. Access Point Mode โหมดนี้ เป็นเพียงโหมดเดียวที่ให้เครื่องลูกข่าย เชื่อมโยงเข้ากับ Access Point ได้ นอกจากนั้นจะเป็นการเชื่อมกันระหว่าง Access Point ด้วยกันเองครับ




2. Wireless Client Mode โหมดนี้จะทำให้ Access Point กลายเป็นลูกข่ายเครื่องนึง ของ Access Point อีกอันหนึ่ง ส่วนมากเราจะใช้โหมดนี้ในการเชื่อมต่อระบบ Wired Network เข้ากับระบบ Wireless Network ครับ



3. Wireless Bridge เราจะใช้โหมดนี้ ในการเชื่อมต่อ Network 2 Network เข้าด้วยกันแบบ Wireless ครับ โดยทั่วไปเราจะใช้ในการเชื่อมต่อ Network ระหว่างตึก 2 ตึกที่อยู่ไม่ไกลกันนักครับ

อย่างไรก็ตาม การใช้โหมดนี้ ส่วนใหญ่แล้ว อุปกรณ์ที่ 2 ฝั่งต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันครับ เช่น ถ้าฝั่งหนึ่งเป็น DWL-2000AP+ อีกฝั่งนึงก็ต้องเป็น DWL-2000AP+ เหมือนกันครับ


4. Multi-point Bridge โหมดนี้จะเหมือนกับ Wireless Bridge เพียงแต่ว่าโหมดนี้จะเป็นการเชื่อมมากกว่า 2 Network ครับ

และก็เหมือนกับ Wireless Bridge การใช้โหมดนี้ ส่วนใหญ่แล้ว Access Point ทุกตัวที่ใช้ ต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันครับ



5. Repeater Mode โหมดนี้เป็นเหมือนการขยายระยะส่งของระบบ Wireless LAN ครับ โดยติดตั้ง Access Point เพิ่มขึ้น บริเวณที่สัญญาณของ Access Point ตัวหลักเริ่มจาง ทำให้สามารถเพิ่มระยะส่งของทั้งระบบออกไปอีกครับ




มีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ก็ไป post ถามในหน้า forum ได้เลยนะครับ







ขั้นตอนการ Configure อุปกรณ์ Linksys WRT54GC/WRT54G/WRT54GL

เพื่อความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์ทางทีม Linksys Support จึงได้จัดทำเอกสารแนะนำการติดตั้งแบบรวดเร็ว (Quick Setup) โดยเนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดัวนี้
1. เซ็ตอับอุปกรณ์ WRT54GC/WRT54G/WRT54GL เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) และการแชร์อินเตอร์เน็ต
2. เซ็ตอับการทำงาน Wireless LAN และระบบความปลอดภัย
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ท่านสามารถติดต่อทีม Linksys Support โดยส่ง E-mail มาที่ asiasupport@linksys.com หรือ โทรปรึษาได้ที่เบอร์โทรฟรี 001-800-12-0665750 (ภาษาไทย) ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.
เซ็ตอับอุปกรณ์ WRT54GC/WRT54G/WRT54GL เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) และการแชร์อินเตอร์เน็ต
**** อุปกรณ์ WRT54GC/WRT54G/WRT54GL เป็น Wireless-G Router ที่ไม่มี ADSL Modem Build-in การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องใช้ Ethernet ADSL Modem (ที่แถมมากับ ADSL Package หรือ ซื้อมาใช้เอง) ท่านต้องกำหนดค่าการทำงานของ Ethernet ADSL Modem ให้เป็น Bridge Mode และกำหนด VPI/VCI ให้ตรงกับค่าของผู้ให้บริการ ADSL ที่ท่านใช้งานอยู่ ****
1. ต่อสายสัญญาณ UTP (แถมมาในกล่อง) จากเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าพอร์ตแลน(1-4)ของอุปกรณ์ WRT54GC/WRT54G/WRT54GL
2. เซ็ตอับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้รับค่าหมายเลข IP Address (Dynamic IP Address) อัตโนมัติจาก WRT54GC/WRT54G/WRT54GL โดยคลิกปุ่ม Star -> Control Panel จากนั้นดับคลิกไอคอน Network Connections
3. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Local Area Connection คลิปุ่ม Properties หน้าต่าง Local Area Connection Properties จะปรากฏออกมาจากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Internet Protocol (TCP/IP)

คลิกที่ Obtain an IP address automatically and Obtain DNS server address automatically แล้วคลิกปุ่ม Ok
4. ตรวจสอบหมายเลข IP Address ที่ได้รับจาก WRT54GC/WRT54G/WRT54GL โดยคลิกที่แท็บ Support ในหน้าต่าง Local Area Connection Status
5. เปิดโปรแกรม Internet Explorer ในช่อง Address พิมพ์หมายเลข IP:192.168.1.1 แล้วคลิกปุ่ม Go หน้าต่าง Connect to 192.168.1.1 จะปรากฎออกมาให้ใส่ User : admin และ Password : admin จากนั้นคลิกปุ่ม Ok
6. ท่านจะพบแท็บ Setup ให้ Configure ค่าต่างๆตาม ADSL Package ที่ซื้อมาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
ตัวอย่าง
ในส่วนของ Internet Setup ใช้กำหนดโปรโตคอลสื่อสาร (หรือ Encapsulation) และชื่อ User/Password รายละเอียดการ Configure ดังนี้
Internet Connection type -> PPoE RFC 2364 (กำหนดค่าตามADSL Package)
-> User Name : xxxxxx@xxxxx (กำหนดค่าตามADSL Package)
-> Password : xxxxxx (กำหนดค่าตามADSL Package)
รูปตัวอย่างหน้า Basic Setup ของ WRT54G
7. ในส่วนของ Network Setup ให้กำหนดหมายเลข IP Address ของแลนด์พอร์ต (Local IP) กลุ่มหมายเลข IP Address แจกจ่ายอัตโนมัติ (DHCP) ให้แก่เครื่องลูกข่าย รายละเอียดการ configure ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆได้หรือจะใช้เป็นค่า Default ก็ได้ รายละเอียดดังนี้
Router IP -> Local IP Address : 192.168.1.1 (ค่า Default)
Subnet Mask : 255.255.255.0 (ค่า Default)
Network Address Server
Settings (DHCP) -> Local DHCP Server : Enable (ค่า Default)
-> Start IP Address : 192.168.1.100 (ค่า Default)
-> Number of Address : 50 (ค่า Default)
-> Time zone : (GMT+07:00) Thailand
คลิกปุ่ม Save Setting แล้ว WRT54GC/WRT54G/WRT54GL จะทำหน้าที่แจก IP Address ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายในช่วง 192.168.1.100 ถึง 192.168.1.149 (จำนวน 50 หมายเลข) Subnet Mask 255.255.255.0 และ Default Gateway เป็น 192.168.1.1
8. เชื่อมต่อสายโทรศัพท์ที่เปิดให้บริการ ADSL แล้วเข้าที่พอร์ต ADSL/Line ของ Ethernet ADSL Modem รอจนกว่าไฟสถานะ DSL จะติดเป็นสีเขียว จากนั้นนำสายสัญญาณ UTP (ที่แถมมาในกล่อง) เชื่อมต่อพอร์ต internet ของ WRT54GC/G/GL เข้ากับพอร์ต Ethernet ของ ADSL Modem ไฟสถานะ Internet ของ WRT54GC/G/GL ก็จะติดเป็นสีเขียว
9. ตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คลิบที่แท็ป Status -> Router ในส่วน Internet ดูสถานะของ Login Status : Connected, IP address, Subnet Mark, Default Gateway, DNS
10. เมื่อ WRT54GC/G/GL เชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ตแล้ว ท่านสามารถนำเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อผ่านสาย UTP เข้าักับพอร์ตแลน (1-4) ของ WRT54GC/G/GL ก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ทันที และถ้าหากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายต้องการใช้อินเตอร์เน็ตให้ดูขั้นตอนใน หัวข้อต่อไป
Note: ค่า Default จากโรงงานอุปกรณ์ WRT54GC/G/GL จะถูกกำหนดให้เป็น Gateway ซึ่งสามารถทำหน้าที่แชร์อินเตอร์เน็ตแก่ลูกข่ายได้ทันที่หลังจากการเชื่อม ต่ออินเตอร์เน็ต (โหมดการทำงานของ WRT54GC/G/GL มีสองโหมดคือ Gateway และ Router ดูได้จากแท็บ Setup -> Advanced Routing)
เซ็ตอับการทำงาน Wireless LAN และระบบความปลอดภัย
ในกรณีที่ท่านมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายและต้องการเชื่อมต่อเข้ากับ WRT54GC/G/GL เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ต ซึ่งโดยปกติ WRT54GC/G/GL มีการกำหนดค่า Default ในส่วนของไวร์เลสมาจากโรงงานแล้วสามารถนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายเชื่อมต่อ ไวร์เลสได้ทันที แต่ท่านกำหนดให้มีระบบความปลอดภัยเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกไม่ให้เข้ามาใช้ งานไวร์เลสแลน ของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาติ (ตัวอย่างจะเป็นการใช้งานกลไกการเข้าข้อมูล WEP แบบ 128 bits)
1. คลิกที่แท็บ Wireless แล้ว Configure ค่าต่างๆตามต้องการ แล้วคลิก Save Setting
Wireless Network Mode : Mixed (ค่า Default)
Wireless Network Name (SSID) : linksys (ค่า Default)
Wireless Channel : 6 (ค่า Default)
Wireless SSID Broadcast: Enable (ค่า Default)
Note: ค่า Default ท่านสามารถปรับเปลี่ยนเป็นค่าอื่นๆได้ตามความต้องการ
2. คลิกแท็บย่อย Wireless Security จากนั้น Enable WEP ขนาด 128 bit สร้าง WEP Key โดยพิมพ์ตัวอักษรที่ช่อง Passphrase แล้วคลิก Generate จากนั้น WEP Key จะถูกสร้างขึ้นมาอัตโนมัติ คลิกที่ Save Setting
3. การเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายเข้าสู่ WRT54GC/G/GL ที่เซ็ตไว้แล้ว โปรแกรม Windows Zero หรือ Wireless Monitoring Utility บนเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถค้นพบไวร์เลสแลนชื่อ Linksys เปิดบริการดังรูป ให้ท่านใส่ Network Key จากนั้นให้ท่านใส่ WEP Key ให้ตรงกับที่สร้างไว้ในข้อที่ 2 แล้วคลิบปุ่น Connect เครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน WRT54GC/G/GL ได้


ตัวนี้เป็น File ของ Linksys ที่ทำขึ้นมาครับ ลองโหลดกันไปทำดูนะครับ
กลักการ Config ก็จะเหมือนๆกันครับ

www.siammastershop.com/Datasheet/lab-config-linksys/WRT54GC-54G-54GL.pdf

การเซ็ท Security ขั้นต่ำที่สุดที่ระบบ Wireless LAN ควรจะมี

หลังจากที่ผมได้แสดงวิธี setup Wireless Access Point แบบง่ายๆไปแล้ว คราวนี้เรามาลองมาปรับปรุงให้มีความปลอดภัยที่ดีขึ้น



โดยหลักๆแล้ว การทำให้ระบบ Wireless LAN มีความปลอดภัยขึ้นนั้น อย่างน้อยเราควรที่จะเซ็ทให้ครบทั้ง 5 ข้อที่ผมกำลังจะบอกครับ ขอย้ำว่า "อย่างน้อยนะครับ"



1. เปลี่ยน SSID ซะ
SSID คือชื่อของ Network ที่เราตั้งขึ้นมาเอง โดยที่ทุกๆเครื่องในระบบต้องตั้งค่า SSID ค่าเดียวกัน โดยส่วนมากเมื่อเราซื้อ Wireless Access Point มาใหม่ๆ จะมีการตั้งค่า SSID ไว้แล้ว แต่เราควรที่จะเปลี่ยนชื่อ SSID ในทันทีที่ติดตั้ง การตั้งชื่อ SSID นั้นต้องไม่เกิน 32 ตัวอักษร และ ตัวใหญ่ตัวเล็กก็มีค่าต่างกันด้วย เช่น TonyNetwork กับ tonyNetwork ถือว่าเป็นคนละ SSID กันครับ

2. เปลี่ยน default password
default password ที่มากับ Wireless Access Point แต่ละยี่ห้อนั้น ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณใช้ความพยายามซักเล็กน้อย ใน Google.com คุณก็สามารถจะรวบรวม default password ของทุกยี่ห้อได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นผมขอบอกว่า คุณจะต้องเปลี่ยน password ของ Wireless Access Point ของคุณทันทีที่เริ่มติดตั้งระบบ

3. SSID Broadcast : Disabled แปลเป็นไทยว่า "ซ่อน SSID มันซะ"
SSID Broadcast คือการยอมให้เผยแพร่ SSID ให้ทุกๆเครื่องที่อยู่ในระยะส่ง สามารถที่จะเห็น Network ของเราได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ตอนเราทำการติดตั้งระบบในครั้งแรก แต่หลังจากที่เราติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราควรที่จะยกเลิก SSID Broadcast ในทันที เพราะการที่เราเปิดเผย SSID ของเรานั้น อาจทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดี สามารถที่จะแอบเข้ามาในระบบ Network ของเราได้ ดังนั้น.....กรุณาซ่อน SSID ของคุณซะ!

4. WEP : Enabled
WEP (Wired Equivalent Privacy) เป็นรูปแบบการเข้ารหัสแบบพื้นฐาน ซึ่งย่อมไม่มีความปลอดภัยเท่ากับ WPA (Wi-Fi Protected Access) แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม Wireless Access Point ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด เกือบทุกตัวจะมี WEP ยกเว้น Wireless Access Point รุ่นใหม่ๆ ที่จะมี WPA ติดมาด้วยครับ

ถ้าคุณจะใช้ WEP ขั้นแรก คุณต้องเลือก Default Transmit Key ตัวใดตัวหนึ่ง จากนั้นก็เลือกระดับของการเข้ารหัสว่าจะเป็น 64 bits, 128 bits หรือ 256 bits สุดท้ายก็ป้อน WEP key ลงไปครับ

5. MAC address filtering
MAC address ทำหน้าที่เสมือนเลขประจำตัวของอุปกรณ์ network ต่างๆ ซึ่งจะไม่ซ้ำกันเลย ดังนั้นการที่เราสามารถที่จะกำหนดให้แค่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเท่านั้น ที่สามารถเข้าสู่ network ของเราได้ ก็ย่อมจะทำให้ระบบ Wireless LAN ของเราปลอดภัยขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

เอาละครับ ว่ากันด้วยทฤษฎีมาพอแล้ว คราวนี้เรามาทดลองกันเลยดีกว่า เริ่มด้วยการเข้าไปที่หน้า Setup ที่ 192.168.0.50 แล้วก็ log in เข้าไปเลยครับ

พอเรามาถึงหน้า Home แล้ว ก็คลิ๊กที่ปุ่ม Wireless ทางด้านขวามือ หน้าจอก็จะเปลี่ยนไปตามรูป ในหน้านี้เราจะสามารถที่จะเซ็ท SSID, Channel, WEP, WEP Encryption, Key Type และ Key ได้ในหน้าเดียวเลยครับ





ในที่นี้ผมก็ได้เซ็ทค่าต่างๆตามรูปเลยนะครับ โดยที่ผมเลือกใช้ WEP Encryption 256Bit เลย เพราะเป็นการเข้ารหัสที่ดีที่สุด เรื่องของการเข้ารหัสนี่ ยิ่งมากยิ่งดีครับ ลองดูตัวอย่างของ Key1 ที่ผมป้อนเข้าไปนะครับ จะเห็นว่าผมได้พยายามใช้ตัวอักษรหลายๆแบบ โดยมีการผสมของตัวอักษร ตัวเลข และ สัญญลักษณ์ ครับ ทำให้ยากสำหรับ hacker ในการเดาครับ





ส่วนการเซ็ทให้ซ่อน SSID ก็อยู่ที่ Advanced แล้วก็ Performance ครับ ตอนนี้ก็ให้ไปคลิ๊กที่ Disabled ดังรูป แล้วคลิ๊ก Apply ได้เลยครับ





คราวนี้เราก็จะมาเซ็ท MAC Filtering กันครับ ขั้นแรกเราก็ต้องหาก่อนว่า MAC address ของเครื่อง client ของเราคืออะไร ในที่นี้ผมก็จะใช้ Notebook ตัวเดิม ในการ setup ครับ วิธีหา MAC address อย่างง่ายๆก็คือ ดูจากผลลัทธ์ที่ได้จากคำสั่ง ipconfig

คราวนี้เราจะมาลองดูกันนะครับ ขั้นแรกเราต้องเปิด Command Prompt ก่อนครับ โดยคลิ๊กที่ปุ่ม Start แล้วเลือก Run...



ทีนี้ Run Windows ก็จะโผล่ขึ้นมา ให้คุณพิมพ์ cmd ลงไปแล้วคลิ๊ก OK





พอ Command Prompt Windows แสดงขึ้นมา ก็พิมพ์ ipconfig /all ลงไปดังรูป แล้วกดปุ่ม Enter ครับ





จากนั้นผลลัพธ์ของ ipconfig /all ก็จะแสดงออกมา ให้ดูบรรทัดที่ mouse ชี้อยู่ครับ อันนี้คือ MAC address ของ Wireless Network Card ของผมครับ





พอเราได้ค่า MAC Address มาแล้ว คราวนี้เราก็กลับมาที่เครื่องที่ต่อกับ Wireless Access Point แล้วเข้าไปที่ Advance แล้วก็ Filters จากนั้นเราก็ป้อน MAC address ที่เราจดมาจากเครื่อง Client ลงไปดังรูป แล้วคลิ๊กปุ่ม Apply





คราวนี้เราก็จะเป็นว่า MAC Address ของเราได้ไปอยู่ใน list ของ MAC Address ที่สามารถเข้ามาใช้ Wireless Network ของเราได้





หลังจากนั้น Wireless Access Point ก็จะ Restart ตัวเองครับ



การ setup ที่ Wireless Access Point เสร็จแล้วครับ คราวนี้เราก็มาเซ็ทที่เครื่อง Client บ้าง ให้เรา double click ที่ icon ดังภาพข้างล่างครับ





หน้าจอนี้ก็จะ pop up ขึ้นมา จะเห็นว่า เราสามารถที่จะเห็น Wireless LAN ของเราได้ครับแต่ยังไม่สามารถ connect ได้ครับ ต้อง setup WEP ก่อนโดยคลิ๊กที่ Properties ครับ





ในหน้าต่างนี้ก็ให้เราป้อน Network Key ให้เหมือนกับที่เราป้อนที่ Wireless Access Point จากนั้นก็คลิ๊ก OK ครับ





โอ๊ะโอ๋....มี error ขึ้นมาครับ จากที่อ่านดูเขาบอกว่า Network Key ยาวเกินไปครับ แสดงว่า Wireless Network Card ที่ Built-in มากับ Notebook ตัวนี้ มี WEP Encryption แค่ 128Bits ดังนั้น การที่เราเซ็ทที่ Wireless Access Point ไว้ 256Bits ทำให้ใช้ไม่ได้ครับ





พอเราไปแก้ที่ Wireless Access Point ให้เป็น 128Bits แล้วเราก็มาเซ็ทที่หน้าจอนี้ใหม่ คราวนี้จะสังเกตุว่า Network Key จะสั้นกว่ารูปที่แล้ว เมื่อป้อนเสร็จแล้วก็คลิ๊ก OK ครับ



คราวนี้จะเห็นว่าเราสามารถที่จะเชื่อมต่อกับ Wireless LAN ของเราได้แล้วครับ





ลองไปดูที่ icon ตรงมุมซ้ายล่าง จะเห็นว่าเรา connect ที่ความเร็ว 11Mbps ครับ





ตอนนี้ลองกลับไปดู Log ที่ Wireless Access Point ของเราบ้าง โดยเลือก Status และก็ Log





ลองเลือก Wireless ดู ก็จะเห็นว่า MAC Address นี่ คุ้นๆนะ อ้อ...Notebook ของเรานั่นเอง ครับ



จาก

http://www.thelordofwireless.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=14&page=5