8/07/2559

ซื้อกล้อง Mirrorless ตัวไหนดี? คู่มือเลือกซื้อกล้องประจำปี2016

ซื้อกล้อง Mirrorless ตัวไหนดี? คู่มือเลือกซื้อกล้องประจำปี2016

อยาก ได้Mirrorlessเอาไว้ใช้สักตัวแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ทำไมต้องMirrorless เรื่องสำคัญที่ควรนึกถึงก่อนซื้อ งบเท่านี้ควรมองกล้องตัวไหน ลองอ่านดูนะครับ

ช่วง นี้เป็นช่วงที่กล้อง Mirrorless มาแรงจริงๆ เนื่องจากขนาดตัวเล็กแต่คุณภาพสู้กล้องDSLRได้สบายๆ หลายคนจึงหันมาเล่นกล้องคลาสนี้กันเยอะขึ้น แต่หลายๆคนก็ยังใหม่กับกล้องชนิดMirrorlessนี้ อยากเล่นแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกตัวไหนให้เหมาะกับตัวเองดี ลองอ่านบทความนี้ดูครับ หวังว่าจะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปได้ง่ายขึ้น
เราจะแบ่งบทความนี้ออกเป็น3ส่วน ก็คือ
  1. รู้จัก Mirrorless กันก่อน
  2. วิธีเลือกซื้อกล้อง Mirrorless
  3. งบเท่านี้ ซื้อกล้องอะไรดี!?
ใครอยากจะข้ามไปอ่านเฉพาะข้อสามก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าอ่านข้อสองด้วยจะอาจจะช่วยให้เข้าใจความต้องการของตัวเองมากยิ่งขึ้นครับ

รู้จัก Mirrorless กันก่อน

อย่างน้อยเราก็ควรรู้จักมันก่อนจะซื้อน่ะเนอะ จะได้รู้ว่ามันใช่สิ่งที่เราต้องการจริงมั้ย กล้อง Mirrorless มันมาจาก Mirrorless Interchangeable-Lens Camera (MILC) แปลเป็นภาษามนุษย์ก็คือ กล้องชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ที่ไม่มีกระจก ถ้างง เรื่องนี้ต้องขออธิบายอ้างอิงไปถึงDSLRด้วย คือพวกกล้องDSLRเนี่ยมันจะมีกระจกสะท้อนภาพจากเลนส์ขึ้นไปยังช่องมองภาพ เมื่อเรามองช่องมองภาพก่อนกดชัตเตอร์ ภาพที่เราเห็นก็จะเป็นภาพที่เข้ามาในเลนส์และสะท้อนกระจกมาเข้าตาเรา สำหรับกล้องMirrorlessมันก็แค่ไม่มีไอ้กระจกตรงนี้มาสะท้อนภาพ เท่านี้เลย แทนที่จะใช้กระจกสะท้อนภาพตรงๆก็จะแสดงภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์แทน
ไม่มีกระจกแล้วดีหรือไม่ดียังไง?
การที่ไม่มีกระจกทำให้กล้องมันมีขนาดที่เล็กลง พกพาง่าย อันนี้เป็นเรื่องหลักเลยที่ทำให้กล้องชนิดนี้ขายดิบขายดี การไม่มีกระจกยังส่งผลให้เหลือพื้นที่ว่างหน้าเซนเซอร์ ทำให้เราสามารถเอาเลนส์ค่ายอื่นๆหรือพวกเลนส์มือหมุนมาเล่นได้หลากหลายผ่าน การใช้Adapter การแสดงผลแบบอิเล็กทรอนิกส์ของกล้องMirrorlessมันจะบอกได้เลยว่าภาพที่ออกมา จะมีหน้าตาเป็นยังไง เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงบนจอภาพโดยทันทีเมื่อเราปรับเปลี่ยนการตั้งค่า กล้อง
พูดถึง ข้อดีแล้ว มาดูข้อเสียบ้าง การแสดงผลแบบอิเล็กทรอนิกส์ของMirrorlessบางตัวก็ไม่ได้ตรงกับภาพที่จะได้ ขนาดนั้น และมันอาจจะมีความช้าๆหน่วงๆนิดนึง(แต่ปัจจุบันหลายๆค่ายได้มีการปรับปรุง เทคโนโลยีตรงนี้ให้ดีขึ้นแล้ว ฉะนั้นเราจะไม่เห็นความหน่วงของการแสดงผลมากนัก) ความจุแบตเตอรี่มักจะสู้DSLRไม่ได้ แล้วก็เนื่องด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้ภาพลักษณ์ดูมีความโปรน้อยกว่ากล้องDSLR การจะไปรับงาน หากคุณลูกค้าไม่ได้มีความเข้าใจในศักยภาพของกล้องเราก็อาจจะมีปัญหากันได้ ครับ

วิธีเลือกซื้อกล้องMirrorless

ก่อนเราจะเข้าเรื่อง ซื้อกล้องอะไรดี? ให้ถามความต้องการของตัวเองครับ อย่าแค่ฟังๆมาจากคนอื่นอย่างเดียว เราควรจะมีปัจจัยที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆอยู่ในใจ ถ้านึกไม่ออก เดี๋ยวเราช่วยไกด์ให้
เนื่องจากแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกันในการตัดสินใจซื้อ เราจะลิสต์ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อที่เราพบเจอบ่อยไว้ให้เป็นข้อๆนะ
1.งบประมาณและราคา
การ ซื้อกล้องMirrorlessเป็นการลงทุนที่ไม่ใช่ถูกๆ นี่จึงเป็นเรื่องที่เราพบเจอบ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่า99%ของคนที่มาถามเราจะเอาปัจจัยนี้เป็นปัจจัยตั้งต้นอยู่แล้ว
2.ขนาดเซนเซอร์
เป็น เรื่องที่สำคัญโคตรๆสำหรับคนที่แคร์เรื่องไฟล์มากๆ เพราะขนาดเซนเซอร์ยิ่งใหญ่ ข้อจำกัดต่างๆก็จะน้อยกว่า เซนเซอร์ใหญ่ๆจะให้มิติภาพที่ดีกว่า เบลอหลังได้เยอะกว่า ตอนถ่ายเดินถอยหลังน้อยกว่า นอกจากนี้ยิ่งเซนเซอร์ใหญ่ก็ยิ่งจุจำนวนพิกเซลได้เยอะ จำนวนพิกเซลยิ่งเยอะภาพก็ยิ่งมีความละเอียดมาก เอาภาพไปครอปใช้งานได้ดี จะปรินต์แปะฝาผนังบ้านตัวเองก็ไม่ออกมาเป็นภาพแตกๆ หรืออีกทางนึง ถ้าเซนเซอร์ใหญ่แต่ผู้ผลิตจุจำนวนพิกเซลเข้าไปน้อยๆ พิกเซลก็อยู่กันอย่างไม่หนาแน่น ไม่แออัด ทำให้แต่ละพิกเซลสามารถดูดซับแสงได้ดียิ่งขึ้น ถ่ายในสภาวะแสงน้อยแล้วมีnoiseรบกวนภาพลดลง
หากไม่รู้ว่าเซนเซอร์แบบไหนใหญ่กว่ากัน จะบอกให้คร่าวๆครับ
Medium Format > Full Frame > APS-H > APS-C > Four Thirds > 1 นิ้ว
3.การพับหน้าจอเพื่อเซลฟี่หรือเพื่อถ่ายมุมยากๆ
กล้อง แต่ละตัวสามารถพับจอได้ไม่เหมือนกัน บางตัวก็พับจอเซลฟี่ได้ บางตัวสามารถพับจอขึ้นลงได้เพื่อถ่ายมุมยากๆ บางตัวเซลฟี่ได้แถมพับจอได้หลายทิศทาง หรือบางตัวก็พับหน้าจอไม่ได้เลย ตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อนะครับ เรื่องนี้สำคัญอยู่เหมือนกัน
4.ช่องมองภาพ
เคย ลองเอากล้องมือถือไปถ่ายกลางแดดมั้ย แดดมันอาจจะแรงจนทำให้เรามองจอภาพไม่เห็น กล้องMirrorlessที่ไม่มีช่องมองภาพก็เป็นเหมือนกัน การมีช่องมองภาพจะลดสภาพแวดล้อมที่เข้ามารบกวนการมองภาพของเรา โดยทั่วไปกล้อง Mirrorless ที่มีช่องมองภาพมักจะมีราคาแพงกว่ากล้องMirrorlessที่เซลฟี่ได้
5.การออโต้โฟกัส
คน ที่รู้ตัวว่าจะเอากล้องไปถ่ายสัตว์โลกน่ารัก ถ่ายสิ่งเคลื่อนไหวเร็วๆ ถ่ายภาพแนวสตรีท ควรจะดูปัจจัยนี้ไว้เป็นหลักครับ ตอนนี้เทคโนโลยีการออโต้โฟกัสมีอยู่ไม่กี่แบบ หลักๆคือ Contrast Detection (จับคอนทราสต์) กับ Phase Detection (จับระยะวัตถุ) โดย Contrast Detection กล้องจะหมุนโฟกัสไปเรื่อยๆจนกว่าพื้นที่ที่เราต้องการโฟกัสจะมีคอนทราสต์สูง ที่สุด ส่วน Phase Detection จะเป็นการทำงานผสานกันของตัวรับสัญญาณภาพสองตัว ซึ่งวิธีนี้จะทำให้กล้องรู้ว่าเหลือระยะอีกเท่าไหร่ถึงโฟกัสเข้า การโฟกัสด้วย Phase Detection จึงมักจะมีความแม่นยำและเร็วกว่า Contrast Detection นอกจากนี้เรื่องจำนวนจุดโฟกัสและความครอบคลุมของจุดโฟกัสก็มีส่วนสำคัญที่ทำ ให้การออโต้โฟกัสแม่นยำขึ้นได้
6.สีสันของภาพ
กล้อง หลายๆตัวถ่ายสิ่งเดียวกันแต่มันก็ไม่ได้ให้สีสันออกมาเหมือนๆกันหรอก ปัจจัยนี้จะสำคัญกับคนที่ต้องการจะถ่ายรูปเป็นไฟล์JPEGเป็นหลัก คนที่ถ่ายรูปชีวิตประจำวันขำๆหรือคนที่ชอบถ่ายรูปตัวเองให้ผิวใสพิมฐาฟรุ้ง ฟริ้งก็ควรเทน้ำหนักมาทางปัจจัยนี้เยอะหน่อย
7.วีดีโอ
เรื่อง วีดีโอก็เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่อยากจะเป็น Blogger รีวิวโน่นนี่นั่นหรือคนที่ชอบการตัดต่อวีดีโอเป็นชีวิตจิตใจ คนเหล่านี้ควรจะเทใจไปให้กล้องที่งานวีดีโอมีความละเอียดสูงหน่อย และมีเฟรมเรตสูงๆเพื่อความลื่นไหลของภาพ ถ้าใครฮาร์ดคอร์กับการแต่งวีดีโอมากๆก็ควรใช้กล้องที่ถ่ายวีดีโอโป รไฟล์Logได้ด้วย
8.ทัชสกรีน
เวลาเราจะแตะหน้าจอโฟกัสหรือปรับอะไรต่างๆก็แตะๆ เลื่อนๆเอา การทัชสกรีนได้มันก็สะดวกดี(สำหรับบางคนนะครับ บางคนก็ไม่ชอบ)
9.กันสั่น
สิ่ง นี้จะช่วยลดการสั่นไหวของภาพครับ กันสั่นจะจำเป็นกับคนที่มีสต๊อกเลนส์มือหมุนอยู่ที่บ้าน คนที่ชอบถ่ายวีดีโอ หรือคนที่ชอบถือกล้องถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ช้าๆ
10.Weather Sealing
กล้องที่มี Weather Sealing จะช่วยกันฝุ่นกันฝน เหมาะกับคนที่จะเอากล้องไปลุยๆอากาศหรือภูมิประเทศแปลกๆครับ
11.รูปลักษณ์ หน้าตา
เอา จริงๆเรื่องนี้ค่อนข้างจับต้องยาก แต่เป็นเรื่องที่สำคัญอยู่เหมือนกันเพราะความหล่อความสวยของกล้องจะช่วย เพิ่มความมั่นใจเวลาเราหิ้วไปหิ้วมา พอรู้สึกมั่นใจจะหยิบกล้องออกมาเล่น เราก็ได้พามันออกไปถ่ายรูปมากขึ้นนั่นแหละ
12.ขนาดและน้ำหนัก
ถึงMirrorless จะมีขนาดเล็ก แต่ในความเล็กของกล้องคลาสนี้มันก็ยังมีหลายขนาดหลายน้ำหนักอยู่ดี ไม่ใช่กล้องMirrorlessทุกตัวที่เบาหวิวนะครับบอกเลย
13.ปริมาณของปุ่มปรับค่าต่างๆ
บาง คนไม่ชอบให้ปุ่มมันเยอะเพราะมันยุ่งยาก บางคนก็ชอบเพราะปุ่มเยอะๆมันก็ปรับอะไรได้รวดเร็วถ้าเราเคยชินกับมัน ส่วนมากพวกกล้องระดับมือสมัครเล่นขึ้นไปจะให้ปุ่มปรับมาเยอะกว่ากล้องระดับ เริ่มต้นครับ
14. การจับถือ
กล้องแต่ละตัวมี Grip ไม่เหมือนกันนะครับ ลองคิดดูว่าถ้าเราถือกล้องที่จับไม่ถนัดมือเดินถ่ายรูปสักครึ่งวันเราจะมีความสุขมั้ย
15.คุณภาพเลนส์
เลนส์ แต่ละตัว แต่ละยี่ห้อ มันจะมีคาร์แรกเตอร์ต่างกันไป ถึงแม้เลนส์จะเป็นระยะเดียวกัน รูรับแสงกว้างเท่ากัน แต่พอคนละยี่ห้อก็ให้ภาพที่ไม่เหมือนกันอีก การที่คาร์แรกเตอร์มันต่างทำให้บางคนเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักในการตัดสิน ใจไปเล่นแต่ละค่ายเลย แต่หากไม่ได้ซีเรียสมากก็มองข้ามไปครับ
16.ความหลากหลายของเลนส์
บาง ค่ายก็มีเลนส์ให้เลือกเยอะมาก บางค่ายก็มีเลนส์ให้เลือกเล่นนิดเดียว การมีเลนส์ให้เล่นเยอะๆมันก็สนุกกว่ามีเลนส์ให้เล่นน้อยๆอยู่แล้วเนอะ
17.Silent Shutter
จะ เหมาะกับคนที่อยากจะถ่ายภาพให้มีเสียงรบกวนน้อยๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกกำลังเล็กๆ เวลาเค้าหลับจะได้ไม่ตื่นเสียงชัตเตอร์ ช่างภาพที่ถ่ายบรรยากาศงานประชุม หรือพวกช่างภาพสายสตรีทที่ไม่อยากรบกวนชีวิตคนอื่น
จริงๆ ปัจจัยมีอีกเยอะครับ นี่เลือกที่เราเจอคำถามบ่อยๆมาให้เป็นไอเดียเท่านั้น ลองเลือกๆปัจจัยหลักๆข้างบนมาสัก4–5ข้อ แล้วไปอ่านPartต่อไปกันเลย

งบเท่านี้ ซื้อกล้องอะไรดี!?

(อัปเดต4/3/2016)
มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย เราจะไล่จากราคาถูกไปจนราคาแพงนะ ไม่จำเป็นต้องไล่อ่านทุกช่วงงบประมาณ เอาที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองพอ หากสนใจตัวไหนก็ไปหารีวิวอ่านเพิ่มดูครับ หมายเหตุว่าอย่าลืมเผื่อค่าเลนส์ด้วยล่ะ ชื่อมันบอกว่า Mirrorless Interchangeable Lens Camera แปลว่าพวกเธอควรเปลี่ยนเลนส์ด้วยนะ :D
  1. งบ5,000–15,000บาท
  2. งบ15,001–25,000บาท
  3. งบ25,001–35,000บาท
  4. งบ35001–45,000บาท
  5. งบ45001–60,000บาท
  6. 60,000บาทขึ้นไป

งบ 5,000–15,000 บาท

งบ เท่านี้ยากครับ แทบจะบอกลากล้องมือหนึ่งไปได้เลย อาจจะต้องไปเล่นกล้องมือสองรุ่นเก่าๆที่ออกมาแล้วสองสามปี ส่วนตัวแนะนำให้เก็บเงินเพิ่มอีกหน่อย แล้วไปเล่นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่านี้ดีกว่า ถ้ามือใหม่จริงๆเราไม่ค่อยอยากให้เล่นมือสองกันหรอก เว้นแต่งบไม่ถึงจริงๆ ดูดีๆนะก่อนซื้อ แล้วก็ห้ามโอนก่อนได้ของด้วย นัดรับเท่านั้น!
  1. Sony A5000
Mirrorless น้องเล็กของฝั่ง Sony ตัวนี้เป็นเหมือนa5100ที่ถูกดาวน์เกรดสเปคลงมาเพื่อขายในราคาที่น่าคบหายิ่ง ขึ้น เซนเซอร์ขนาด APS-C สามารถพับจอเซลฟี่ได้ ตัวเล็ก ใช้งานไม่ยาก ราคาตามงานกล้องถ้าลดแบบสุดๆแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทนี่แหละ
2. Sony NEX5 มือสอง
ตัว นี้เรียกได้ว่าเป็นกล้องรุ่นเก่าที่ Performance ดีเหลือล้นครับ เซนเซอร์ขนาดAPS-C เซลฟี่ได้ และงานวีดีโอแจ่ม จำได้ว่าตอนนั้นที่ออกมาใหม่ๆเป็นตัวที่ขายดีมากๆตัวนึง ตอนนี้ราคาบอดี้มือ2อยู่ที่ประมาณ6,000บาท ไปหาเลนส์คิตมือสองแยกเอาก็น่าจะตกประมาณ3000บาท อยู่ในงบพอดี
3. Fujifilm X-A1 มือสอง
เป็น กล้องรุ่นพี่ของ X-A2 ครับ พับจอเซลฟี่ไม่ได้แต่พับจอขึ้นลงเพื่อช่วยในการถ่ายมุมยากๆได้ เซนเซอร์ขนาด APS-C หน้าตาดี สีใสถ่ายสวยสไตล์ฟูจิ ตอนนี้ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 9,000–10,000 บาท (มือหนึ่งมันประมาณ14,000แต่เค้าเลิกขายไปแล้ว)
4. Olympus OM-D E-M10 Mark1 มือสอง
เซนเซอร์ขนาด Four-Thirds มีช่องมองภาพ โฟกัสรวดเร็ว มีกันสั่น3แกน หน้าตาโคตรหล่อ เราเคยเจอมือสองที่ราคาหมื่นต้นๆ
5.Fujifilm X-A2 มือสอง
ถ้า อยากจะเล่นกล้องยอดฮิตตัวนี้ด้วยงบเท่านี้ต้องมือสองเท่านั้น เซนเซอร์ APS-C เซลฟี่ได้ หน้าตาน่ารัก ถ่ายรูปออกมาไฟล์สวยใส ราคามือสองไม่ควรเกิน 15,000 บาท หาซื้อมือสองไม่ยากด้วยครับ
6.Sony NEX6 มือสอง
เป็น รุ่นเก่าของ Sony a6000 ครับ น่าจะอายุประมาณ3ปีได้แล้ว นี่เป็นกล้องMirrorlessที่Performanceดีมากๆตัวนึง เซนเซอร์ขนาด APS-C มีช่องมองภาพ ขนาดเล็ก หยิบจับถนัด ราคามือสองตอนนี้อยู่ประมาณเกือบๆหมื่นไปจนหมื่นต้นๆ

งบ 15,001–25,000

อันนี้เป็นงบมาตรฐานหากใครอยากจะเล่น Mirrorless ระดับเริ่มต้นสักตัวครับ อาจจะมีกล้องระดับมือสมัครเล่นโผล่มาบ้างนิดหน่อย
  1. Fujifilm X-A2
จะ ไม่กล่าวถึงรุ่นนี้ไม่ได้เลย จากการที่เป็นกล้องที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ยอดขายถล่มทลาย ขายดีจนคนทั้งโลกงงว่าประเทศไทยมึงทำได้ไง สาเหตุคงไม่พ้นเรื่องหน้าตาของกล้องที่น่ารัก เซนเซอร์ขนาดAPS-Cที่ใหญ่พอใช้งานทั่วไปได้สบายๆ พับจอเซลฟี่ได้ ถ่ายออกมาได้ไฟล์JPEGที่สวยนวลใส ผิวอมชมพู โหมดออโต้ฉลาด ราคากล้องไม่แพงเกินเข้าถึง แค่ประมาณหมื่นเจ็ดเองอะแก๊ นอกจากนี้ค่ายฟูจิยังมีเลนส์คุณภาพเจ๋งๆให้ต่อยอดได้อีกเพียบ(แต่ก็ไม่ใช่ ถูกๆนะบอกไว้ก่อน555) ข้อด้อยคือมันใหญ่กว่าชาวบ้านนิดหน่อย และถ้าเป็นคนที่บ้าการโฟกัสเร็วๆ ไม่แนะนำตัวนี้ครับ
2. Sony A5100
นี่ ก็อีกตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ปกติมันราคาสองหมื่นกว่าบาท แต่ถ้าไฟต์ไปตามงานกล้องบางงานที่ลดเยอะๆ เราอาจจะได้ Sony A5100 ในราคา2หมื่นบาทครับ กล้องตัวนี้เป็นคู่ปรับตลอดกาลของ Fuji X-A2 ตัวนี้ยัดสเปกดีๆเข้ามาในกล้องตัวนิดเดียว เซนเซอร์ขนาดAPS-C พับจอเซลฟี่ได้ ให้ผิวเนียนๆและสีสันออกแนวสมจริง ถ่ายวีดีโอได้ดีเยี่ยมจึงเป็นที่นิยมของเหล่าblogger โฟกัสเร็วใช้ได้ มีขนาดเล็กและเบา พกพาง่ายมาก แถมทัชสกรีนได้อีก ข้อด้อยคือสีผิวที่ได้จะออกโทนเหลืองส้มนิดหน่อยจากค่า Default White Balance ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจคนบางกลุ่มครับเพราะตอนนี้คนไทยนิยมขาวอมชมพูกันหมด (ยังไงก็ตามเราสามารถปรับสีตรงนี้ได้ที่เมนู AWB)
ถ้าลังเลสองตัวข้างบนนี้อยู่ เอานี่ไปอ่านครับ

3.Sony A6000
นี่ คือรุ่นที่มาแทน Sony Nex6 เอาจริงๆมันราคาสองหมื่นปลายๆ แต่เนื่องจากมันออกมาได้สักพัก ราคามันก็เลยลดมาเหลือแค่ประมาณสองหมื่นสามสองหมื่นสี่ กล้องตัวนี้เคยเป็นเรือธงของ Sony APS-C มาก่อน มันเป็นกล้องระดับมือสมัครเล่นที่Performanceโหดคุ้มราคามากๆตัวนึง มีช่องมองภาพ โฟกัสได้รวดเร็ว มีขนาดใหญ่กว่า A5100 นิดเดียว งานวีดีโอดี ยิงรัวได้11ภาพต่อวินาที การจับถือทำได้เหมาะกับทั้งมือผู้หญิง-ผู้ชาย วัสดุทนทานดี แอบเสียใจที่ความละเอียดของหน้าจอลดลงจากรุ่นก่อนและตัววัดระดับน้ำทะเลหาย ไป (แต่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก)
4. Canon EOS M10
กล้อง Mirrorless ตัวเริ่มต้นของฝั่ง Canon ที่เน้นความง่ายในการใช้งานเป็นหลัก ใช้เซนเซอร์ขนาดAPS-C ทัชสกรีน พับจอเซลฟี่ได้ ให้ผิวเซลฟี่ขาวๆออกชมพูนิดๆ ปรับความเนียนของผิวได้3ระดับ ปุ่มน้อยไม่ยุ่งยาก ทัชสกรีนได้รวดเร็ว ราคาถูก ไม่เกินหมื่นเจ็ดอะ หากเพิ่มตังอีกนิดสามารถซื้อเป็นแพคเกจกล้องพร้อมเลนส์ฟิกซ์ 22mm f2 มาถ่ายรูปให้หน้าชัดหลังเบลอเบาๆได้ ค่ายนี้ยังต้องปรับปรุงเรื่องความเร็วในการโฟกัส และยังทำเลนส์ออกมาให้เล่นไม่เยอะเท่าไหร่
5.Canon EOS M3
กล้องMirrorless ของCanon ที่ระดับความจริงจังของการใช้งานอยู่สูงกว่า EOS M10 นิดนึง เซนเซอร์ขนาดAPS-C ทัชสกรีนได้ ตอบสนองรวดเร็ว จอพับได้หลายองศา เซลฟี่ได้ด้วย ช่องมองภาพไม่มีมาให้แต่ซื้อมาติดเพิ่มได้ ปุ่มไม่เยอะมากทำให้เล่นง่ายไม่ยุ่งยาก การจับถือง่ายเพราะมีGripยื่นออกมาให้จับถนัดมือ แต่ความเร็วในการโฟกัสยังต้องปรับปรุงอีกนิดเช่นเดียวกันกับ M10 ถ้าไม่ซีเรียสว่าจะต้องรีบถ่ายอะไรเร็วๆมากมาย รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกรุ่นนึงเพราะมันราคาไม่แพง
เคยทำรีวิวแคนอนสองตัวนี้เอาไว้ครับ หากอยากทราบความต่าง ลองอ่านนี่ดู

6. Olympus PEN EPL7
มา ถึงกล้อง Mirrorless ตัวเริ่มต้นของฝั่งOlympusบ้าง สิ่งที่แตกต่างกว่าชาวบ้านคือหน้าจอพับเซลฟี่ดันพับลงมาอยู่ข้างล่าง (ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ได้ต่างอะไรนักหรอกเรื่องการใช้งาน) เซนเซอร์เป็นขนาด Four-Thirds มีกันสั่น3แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง ขนาดเล็กพกพาง่าย ยิงรัวๆได้8ภาพต่อวินาที ค่ายนี้มีเลนส์ให้เลือกเล่นเยอะดี ถ้าไปตามงานกล้องที่ลดเยอะๆอาจจะได้กล้องตัวนี้ที่ราคาเกือบๆ2หมื่นครับ

7.Panasonic Lumix DMC GF7, GF8
นี่ คือกล้อง Mirrorless เซลฟี่ของ Panasonic ครับ สาเหตุที่รวบยอดให้สองตัวอยู่ในข้อเดียวเพราะว่าGF8มันเพิ่งประกาศเปิดตัวไป เมื่อไม่นานมานี้และโดยสเปคแล้วมันแทบไม่ต่างจากGF7เลย แต่GF8จะมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือฟังก์ชั่นแต่งหน้า(ซึ่งเล่นโคตรสนุก) ในไทยรุ่นนี้อาจจะเงียบนิดนึง แต่สเปกไม่ได้ขี้เหร่เลยนะ เซนเซอร์ Four-Thirds ถ่ายวีดีโอ 1080/60p ปรับจอเซลฟี่ได้ ทัชสกรีนได้ ลูกเล่นเยอะ เช่นพวกฟังก์ชั่นบีบให้ดูผอม บอดี้กล้องน่ารักน่าชัง มีสีชมพูด้วยนะ ราคาไม่เกินสองหมื่น มีเลนส์ให้เลือกเล่นเยอะมากกกกกกกกก

8.Nikon 1 J5
เงียบ มากกับค่ายนี้ แต่อยู่ๆก็บูมขึ้นมาตอนที่มีวีดีโอของโทนี่รากแก่น Nikonเป็นค่ายที่ใช้เซนเซอร์เล็กที่สุดในการทำกล้องmirrorlessแล้ว ซึ่งเป็นจุดด้อยที่ทางNikonโดนโจมตีอยู่เป็นประจำ เรื่องไฟล์ภาพอาจจะสู้ค่ายอื่นไม่ได้แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน ความโดดเด่นของตัวนี้คือโฟกัสเร็วดี มีขนาดเล็กพกพาง่ายกว่าชาวบ้าน นอกจากเรื่องขนาดกล้องที่เล็กมากๆ เลนส์ก็มีขนาดเล็กตามไปด้วยอีก ตัวนี้พับจอเซลฟี่ได้นะ แล้วก็มีเลนส์ให้เลือกเยอะพอสมควรเลย

งบ 25,001–35,000 บาท

Mirrorlessที่ถูกตั้งราคาไว้ในช่วงนี้หลายๆรุ่นจะเป็นกล้องในระดับมือสมัครเล่นครับ
1.Olympus OM-D EM10 II
รุ่น ปรับปรุงจากEM10เก่า หน้าตาหล่อเหลา ใช้เซนเซอร์ขนาด Four-Thirds ปรับหน้าจอพับขึ้นลงถ่ายมุมยากๆได้ ปุ่มเยอะ ในฐานะที่เราเคยจับทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่า บอกเลยว่ารุ่นใหม่ฟินกว่าเดิมมาก กันสั่นก็เพิ่มจาก3แกนเป็น5แกน ถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆได้สบายๆ โฟกัสโคตรเร็ว ความละเอียดช่องมองภาพก็สูงขึ้น และที่สำคัญคือมี Silent Shutter!
เคยทำรีวิวไว้ครับ สนใจก็ลองไปอ่านได้

2. Fujifilm X-T10
รุ่น นี้ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้ Fuji X-A2 เลย หน้าตาดี เซนเซอร์ขนาด APS-C เป็นแบบ X-Tran CMOS II ไฟล์ภาพนี่โอเคอยู่แล้ว มีช่องมองภาพ มีชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้ถ่ายได้เร็วถึง 1/32000 วินาที ชัตเตอร์มีเกลียวติด Soft Release ได้ ปุ่มปรับเยอะมาก ใครเพิ่งมาเล่นแรกๆอาจจะมีงง ปรับจอขึ้นลงได้ เป็นรุ่นที่มีการพัฒนาเรื่องการโฟกัสให้ดียิ่งขึ้น (แต่จากการทดลองก็ยังไม่ถึงขั้นดีมากแบบว้าวนะครับ)
3. Panasonic Lumix G7
ใช้ เซนเซอร์ Four-Thirds ก็จริง แต่เมื่อได้ชื่อว่าพานาโซนิก งานวีดีโอไม่มีพลาดแน่นอน เจ้าตัวนี้ความเด่นคือถ่าย4Kได้ มีโหมด 4K Photo ที่ถ่ายวีดีโอไปก่อนแล้วค่อยมาเลือกรูปทีหลังทำให้ไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ จอทัชสกรีนได้ หมุนได้หลายองศา มีช่องมองภาพ ถือเป็นMirrorlessที่ครบเครื่องมากๆตัวหนึ่ง
4.Fujifilm X-E2
กลาย เป็นรุ่นที่ถูกเปรียบเทียบกับ X-T10 อยู่ตลอดเวลาเพราะอะไรๆมันใกล้เคียงกันมาก สิ่งที่ต่างกันชัดๆคือหน้าตา และตัวนี้ใช้วัสดุดีกว่า แข็งแรงกว่า แต่จอพับไม่ได้ เพิ่งจะตกรุ่นไปหมาดๆ เพราะมันเพิ่งจะมีรุ่น X-E2s ออกมา แต่มันก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักครับ
5.Panasonic GM5
กล้อง Mirrorless รุ่นที่ดูเงียบๆแต่ไม่ธรรมดาของค่ายพานาโซนิก ออกมาได้ประมาณปีนิดๆ เซนเซอร์เป็นขนาด Four-Thirds เหมือนเดิม ถ่ายวีดีโอได้ที่ 1080/60p มีช่องมองภาพ ทัชสกรีนได้ บอดี้ทนทาน ความโดดเด่นที่สุดของมันคือเรื่องขนาดนี่แหละ จะเล็กไปไหน สะดวก คล่องตัวมากๆ ข้อเสียคือพลิกจอไม่ได้

งบ35,001–45000บาท

งบประมาณเท่านี้ จะมาถึงจุดที่เลือกได้ว่าเราอยากได้กล้อง Crop Sensor Performance ดีๆ หรืออยากเล่น Entry-Level Full Frame ครับ
1.Sony A7
ดีใจ ด้วย! งบเท่านี้คุณเล่นกล้องฟูลเฟรมได้แล้ว นี่เป็นกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด ราคาช่วงนี้เทียบกับคุณภาพถือว่าคุ้มค่ามากๆ ไฟล์สวย จอพับขึ้นลงได้ มีช่องมองภาพ ซีรีส์A7นี้ไม่มีแฟลชมาให้ในตัวนะ ต้องซื้อแฟลชแยกเอา โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่าถ้าจะมาเล่นซีรีส์ A7 จะต้องเจอกับเลนส์ราคาโหดเอาเรื่องในอนาคตนะครับ แต่ว่าต่อไปตัวนี้จะมีทางเลือกเรื่องเลนส์เยอะขึ้นอีกมาก เพราะตอนนี้หลายๆค่ายที่ผลิตเลนส์หันมาสนใจซีรีส์กล้องA7กันเยอะขึ้น
2.Panasonic Lumix DMC-GX8
เทพ วีดีโออีกตัวของ Panasonic ครับ เซนเซอร์ Four-Thirds มีระบบกันสั่นที่ประสานการทำงานระหว่างกันสั่นกล้องกับกันสั่นเลนส์ได้ดี สามารถถ่ายวีดีโอ 4K ได้ มีโหมด 4K Photo ที่ถ่ายวีดีโอไปก่อนแล้วค่อยมาเลือกรูป หน้าจอเป็นแบบสัมผัส ปรับได้หลายองศา มีช่องมองภาพที่ยกตัวขึ้นด้านบนได้ ขนาดเหมาะมือ การจับถือสบายๆ บอดี้ทนทาน กันละอองน้ำและฝุ่น
3.Olympus OM-D E-M5 Mark II
กล้อง ตัวนี้ออกมาตั้งแต่ต้นปี 2015 แล้ว เซนเซอร์ขนาด Four-Thirds ความละเอียด16ล้านพิกเซล แต่ถ่าย40ล้านพิกเซลได้ งงเลย 555 มีกันสั่น5แกนช่วยทั้งงานภาพนิ่งและวีดีโอ ถ่ายวีดีโอ Full HD 1080/60p บอดี้กันฝุ่นกันฝน หน้าจอพลิกได้หลายองศามาก และเซลฟี่ได้ด้วยนะ บอดี้พร้อมเลนส์ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท
4. Fujifilm X-E2s
กล้อง รุ่นใหม่ของฟูจิที่ตั้งชื่ออย่างกับไอโฟน สิ่งที่พัฒนาขึ้นมาหลักๆคือเรื่องการโฟกัส อิเล็กทรอนิกส์ชัตเตอร์ และ Silent shutter เซนเซอร์มีขนาด APS-C ดัน ISO ได้ถึง 51200 มีการจับถือที่ดีขึ้น บอดี้พร้อมเลนส์ 18–55mm อยู่ที่ 38,990 บาท

งบ45,001–60,000

งบเท่านี้แทบไม่ต้องถามเรื่องPerformanceกันเลย สามารถเลือกซื้อรุ่นโหดๆได้หลายตัวเลยล่ะครับ
1.Sony A6300
ไม่ พูดถึงไม่ได้เลยตัวนี้ นี่เป็นรุ่นที่ทั้งโลกรอคอยมาตั้งแต่กลางปี2015 ข่าวนี่ลือแล้วลืออีกว่าจะมาแทน A6000 รุ่นนี้เป็นเรือธง APS-C ตัวใหม่ของทางSony ถูกวางไว้ระดับสูงกว่าA6000 ทางโซนี่เคลมว่าโฟกัสเร็วที่สุดในโลก ด้วยจุดโฟกัสแบบ Phase Detection 425 จุด และแบบ Contrast Detection 169 จุด ซึ่งบ้าไปแล้ว เยอะไป๊ โฟกัสทั้งเร็วทั้งเข้าเป๊ะๆๆ ถ่าย4Kได้(ประมาณ20นาทีต่อ1record) มีการพัฒนาเซนเซอร์ให้ถ่ายกลางคืนได้ดีขึ้น บอดี้ใช้แมกนีเซียมอัลลอยทั้งตัว กันฝุ่นและกันความชื้น ราคาพร้อมเลนส์คิตไม่เกิน46,990บาท ถ้าเอาแค่บอดี้เปล่าๆประมาณสี่หมื่น

2. Olympus PEN-F
กล้อง ที่มีดีไซน์ย้อนยุคมาจากกล้อง PEN-F เดิมสมัยฟิล์ม ใช้ชื่อเดิมเลยด้วย หน้าตาหล่อมาก ใครจับก็อยากได้ มีกันสั่น5แกนในตัว มี auto panning detection ลดความสั่นไหวไปอีกระดับ ถ่ายต่อเนื่อง20ภาพต่อวินาที(Electronic shutter) ช่องมองภาพความละเอียด 2.3ล้านจุด เรื่องที่โดนบ่นนิดหน่อยคือปุ่มDialตรงgripมันดันนิ้ว ทำให้อาจจะไม่ค่อยถนัดในการจับถือ แต่มันก็เป็นดีไซน์ตั้งแต่สมัยโน้นแล้วน่ะนะ ราคา 47,990 ไม่รวมเลนส์
3. Fujifilm X-T1
ออก มานานแล้วพอสมควร แต่เป็นกล้องที่ Performance ดีอีกตัวของทางฟูจิ เซนเซอร์ขนาด APS-C ถ่ายวีดีโอ Full HD บอดี้กันละอองน้ำ ช่องมองภาพใหญ่ม้าก

งบ 60,000 บาทขึ้นไป

  1. Sony A7 II
กล้อง ฟูลเฟรมที่เป็นที่นิยมอีกตัวของโซนี่ที่พัฒนาขึ้นจาก A7 รุ่นเดิม มีขนาดใหญ่และหนักกว่าเดิมนิดหน่อย ข้อดีหลักๆคือมีกันสั่น ทำให้สามารถถือถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ช้าๆได้ดีและช่วยสนับสนุนงานวีดีโอ ได้(ถึงแม้กล้องจะยังไม่ถึงขั้นถ่าย4Kก็ตาม) ไฟล์ภาพดีมาก กองถ่ายละครบางที่ก็ใช้ตัวนี้นะ ไม่ธรรมดา ราคาอยู่ที่ประมาณหกหมื่นกว่าบาท
2. Sony A7R II
กล้อง ฟูลเฟรมของโซนี่ที่ถล่มตลาดกล้องอยู่พักใหญ่ ด้วยสเป๊กที่โคตรจัดเต็ม ความละเอียด42ล้าน ดีเทลโคตรเยอะ รูปคือมาไซส์ใหญ่มาก 555 ระบบกันสั่นได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับเซนเซอร์ความละเอียดใหม่ ถ่าย uncompressed RAW ได้ ถ่าย 4K ได้ ความพีคคือต่ออแดปเตอร์ใช้เลนส์แคนอนแล้วโฟกัสเร็วมาก ค่าตัวแสนกว่าบาท อาจจะต้องหลบเมียซื้อนิดนึง
3. Sony A7S II
ยัง ไม่หมดกับค่ายนี้ เป็นรุ่นที่อยู่ๆนึกจะออกก็ออกมาเฉย งง นี่คือเทพกลางคืนของจริง ถ่ายกลางคืนดีมากกกกกกก กล้องสามารถเห็นสิ่งที่สายตาเรามองไม่เห็นในตอนกลางคืนได้ ถ่าย4Kที่120fpsได้ มีกันสั่น ไฟล์เนียน ดันISOได้ถึง 409,600 ถ่าย uncompressed RAW ได้ เป็น perfect choice สำหรับมนุษย์สายวีดีโอเลยล่ะครับ แต่ว่าค่าตัวก็ตกอยู่ที่แสนกว่าบาท เจ็บระบมอยู่
4. Fujifilm X-Pro2
เรือ ธงตัวใหม่ของทางฟูจิ บอดี้คลาสสิก เซนเซอร์ APS-C เปลี่ยนจาก 16ล้านเดิมเป็น24ล้าน สเปคจัดเต็ม โฟกัสเร็วขึ้น ไฟล์ภาพเนียนแม้ที่ISOสูงๆ ความเร็วชัตเตอร์เร็วสุด 1/8000 วินาที (หรือ 1/32000 ถ้าใช้ electronic shutter) ใส่ SD card ได้2ใบ กันน้ำกันฝุ่นละออง ช่องมองภาพแบบใหม่เป็นแบบ Hybrid คือใช้ได้ทั้ง EVF และ OVF มีโหมดฟิล์มขาวดำ Acros มีโหมด Power management ไว้เซฟแบต กันฝุ่นกันฝน บอดี้เปล่าๆประมาณหกหมื่น อย่าลืมบวกค่าเลนส์ไปอีกด้วยเน้อ
5.Fujifilm X-T2
นี่ เป็นนวัตกรรมที่ก้าวกระโดดที่สุดชิ้นหนึ่งของค่ายฟูจิเลยครับ สเปคกล้องตัวนี้ทิ้งรุ่นก่อนหน้าไปแบบไม่เห็นฝุ่น เซนเซอร์ที่ใช้เป็นเซนเซอร์ตัวใหม่ X-Trans CMOS III ขนาด APS-C ความละเอียด 24.3ล้าน ถ่ายต่อเนื่องได้ที่8ภาพต่อวิ แต่ความโหดอยู่ที่จุดโฟกัส 325 จุด (เป็น Phase Detection 169 จุด) ซึ่งทำให้โฟกัสเร็วมาก เหมาะเอาไปถ่ายภาพแนวแอคชั่น ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ แถมมีโปรไฟล์ F-Log ให้ไปแต่งสีวีดีโอกันสนุกๆ ราคาพร้อมเลนส์ 18–55mm อยู่ที่ 69,990 บาท
6. Hasselblad X1D
กล้อง mirrorless เซนเซอร์ medium format (44 x 33 mm) ตัวแรกของโลก ความละเอียด50ล้าน iso100–25600 น้ำหนัก725กรัม ทัชสกรีนได้ หน้าตาดี ขนาดก็ถือว่าเล็กมากด้วย ราคาน่ะเหรอ 450,000 บาท ไม่รวมเลนส์ครับ 5555

สรุป

ยาวนิดนึง ขอโทษที 55555 พอก่อนละกันเนอะกับ งบเท่านี้ ซื้อกล้องอะไรดี!? อาจมีบางตัวตกหล่นไปบ้างต้องขออภัย กล้อง เยอะเกินเริ่มตาลาย ถ้าภายในปี2016นี้มีกล้องรุ่นใหม่ๆเดี๋ยวจะมาอัปเดตเพิ่มให้นะ ยังไงขอให้ทุกคนเลือกกล้องได้ตรงกับความต้องการของตัวเองและมีความสุขกับมัน นะครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น