10/17/2561

สอนวิธีรีทัชภาพ portrait ด้วย Photoshop แบบเร่งด่วน [TUTORIAL]

เคยมั้ยครับ ที่เราถ่ายรูปคน (portrait) แล้วไม่ถูกใจ อยากรีทัชแต่ไม่รู้ทำยังไง
มาวันนี้ ผมขอลงวิธีรีทัชง่ายๆ แบบเร่งด่วน ด้วยเครื่องมือพื้นฐานบน Adobe Photoshop (ใช้ได้ตั้งแต่รุ่น CS2 จนถึง CC เลย)
วิธีการนี้ คุณยังคงเก็บภาพต้นฉบับไว้ เพื่อที่ว่าวันหลังหากจะกลับมาตั้งต้นใหม่ ก็สามารถทำได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ต้องแจ้งให้ทราบตั้งแต่ต้นก่อนนะครับ ว่าวิธีการนี้
1. ไม่สามารถเอาไปใช้กับงานที่ต้องการความพิถีพิถัน เช่น รีทัชภาพนางแบบ นายแบบสำหรับงานโฆษณาตามนิตยสารสื่อสิ่งพิมพ์หรือบิลบอร์ด 
2. แต่เหมาะสำหรับมือสมัครเล่นที่ต้องการรีทัชภาพถ่ายบุคคล โดยใช้เวลาไม่มากครับ
3. ทั้งนี้ เพราะรายละเอียดต่างๆ เช่น รอยแผลเป็น หรือริ้วรอยแห่งวัย ยังคงอยู่ เพื่อสะท้อนอายุตามธรรมชาติของแบบครับ

หากต้องการจะทดลองทำตามวิธีนี้ ก็สามารถดาวน์โหลดรูปของคุณลุงบิล เมอร์เรย์จากช่างภาพ Martin Schoeller ได้ที่เว็บนี้ครับ
http://juicy.tuxboard.com/portraits-de-stars-sans-photoshop-par-martin-schoeller/



ส่วนท่านใดต้องการเรียนรู้ และศึกษาเพิ่มเติมจากนี้ ก็สามารถลองหาหนังสือของ Scott Kelby (มีแปลภาษาไทยแล้วนะครับ) ตามแผงหนังสือทั่วไปได้เลยครับ




1. ขั้นตอนแรก ลบสิวฝ้า และจุดด่างดำบนใบหน้า

หากคุณรอให้ครีมบำรุงผิวทำการลดรอยแห่งวัยทั้ง 7 ประการไม่ไหวแล้วล่ะก้อ ผมขอเสนอวิธีนี้ดีกว่าครับ

เริ่มจากทำการคัดลอกเลเยอร์ด้วยเมนู Layer > Duplicate Layer (หรือจะใช้วิธีลากเลเยอร์ไปที่ปุ่ม New Layer ที่สองจากขวาก็ได้ครับ)



ที่ทำเช่นนี้ เพื่อที่เราจะได้มีรูปต้นฉบับเก็บไว้ วันหลังกลับมาเปิดไฟล์ ก็สามารถเริ่มใหม่ได้ตั้งแต่ต้นครับ

ดับเบิ้ลคลิ้กที่ชื่อเลเยอร์ Background Copy แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็ได้ครับ ที่เราเข้าใจ (เช่น ลบสิว หรือ Base หรืออะไรก็ได้)

แล้วก็ใช้ Spot Healing Brush (กดแป้น J ที่คีย์บอร์ด) แล้วเช็คแถบตั้งค่าด้านบนสุดว่า Mode เป็น Normal และ Type เป็น Proximity Match หรือไม่
จากนั้น ก็ปรับขนาดพู่กันให้ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ให้พอดีๆ กับสิวและริ้วรอยครับ (สำหรับภาพนี้ผมตั้งไปที่ Size: 18 ครับ)



แล้วก็จิ้มไปที่หลุมสิว รอยด่างดำต่างๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าคุณลุงได้เลยครับ

ภาพที่ได้ในขั้นตอนนี้ ก็น่าจะประมาณนี้



2. ลบริ้วรอยแห่งวัย

ในขั้นตอนแรก เราลบจุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ไปแล้ว 
สังเกตว่ามุมขวาล่างของภาพจะเห็นสีส้มๆ อยู่ ถ้าขัดตา ก็จัดการได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยก็ได้ครับ แต่ผมไม่สน เพราะไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับ tutorial ครั้งนี้ ที่เราต้องการรีทัชภาพอย่างเร่งด่วนครับ

ขั้นตอนที่สองนี้ เปรียบเสมือนการฉีดฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ เพื่อให้ผิวหน้าดูนุ่มนวลขึ้น แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรทำให้หนักมือมากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณลุงบิล จะกลายเป็นว่าผิวเต่งตึงดั่งหลานจัสติน บีเบอร์ มันจะไม่ธรรมชาติและดูตลกไป

2.1 เริ่มจากการ Duplicate Layer ที่เราลบสิวเสร็จแล้วอีกครั้งหนึ่ง (จะตั้งชื่อใหม่หรือไม่ก็ได้ครับ สำหรับเลเยอร์นี้)

2.2 อัพหน้าคุณลุง ด้วยเมนู Filter > Noise > Median ... แล้วตั้งค่าไปที่ 10 pixels (ค่านี้ไม่ตายตัวเท่าไหร่นัก ขึ้นอยู่กับขนาดของภาพ ถ้าภาพใหญ่มากๆ ค่านี้ก็อาจจะสูงกว่านี้ได้ อาจจะทดลองดูได้ครับ) หรือถ้ามีเวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็อาจจะหาเวลาลอง Filter > Blur > Surface Blur ... ดูได้นะครับ ใช้ได้ดีเช่นกัน

ตอนนี้ เห็นภาพแล้วมันเบลอไปหมด ไม่ต้องตกใจนะครับ

2.3 ที่กล่อง Layer ลด Opacity ไปที่ 30% (บางสูตรก็ว่า 50% เช่นเคย ขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละท่านครับ ยิ่งน้อย ภาพยิ่งดูเหมือนไม่ได้รีทัช แต่น้อยไปก็ไม่รู้จะทำทำไมเหมือนกัน เพราะงั้นตั้งกลางๆ ไว้ครับ)



2.4 สร้าง Mask สีดำ ด้วยการกด Alt + click (หรือ Option + click สำหรับ Mac) ที่ปุ่ม Create Mask ด้านล่างของกล่อง Layer



จะเห็นว่าภาพเบลอๆ ถูกซ่อนไปหมดแล้ว

2.5 ทีนี้ เราก็จะเรียกจัสติน เอ้ย คุณลุงบิลที่ผิวหน้านุ่มเนียนกลับคืนมาทีละน้อย ด้วยการใช้พู่กัน (Brush tool หรือกดปุ่ม B บนคีย์บอร์ด) แล้วตั้งค่า
- สี foreground ที่อยู่ทางแถบเครื่องมือด้านซ้ายล่างให้เป็นสีขาว และ


- ขนาดพู่กันให้ใหญ่ๆ ไว้ครับ (คลิ้กขวาที่ภาพ แล้วตั้งไปที่ 80 px และ Hardness สัก 20% ก็พอครับ) 

แล้วก็ละเลงไปบนผิวหน้าคุณลุงให้ทั่ว ยกเว้น ตา, ริมฝีปาก, และเส้นผม

2.6 รวมภาพที่ได้ไว้เป็นเลเยอร์ใหม่ด้วยคำสั่ง Ctrl + Alt + Shift + E (Command + Option + Shift + E สำหรับ Mac) แล้วตั้งชื่อเลเยอร์ให้ใหม่ ประมาณว่า หน้านวล หรือ Softened ก็ได้ครับ
ภาพที่ได้หลังจากขั้นตอนนี้ก็จะประมาณนี้ครับ


3. เพิ่มความคมชัดให้กับดวงตา, ปาก, เส้นผม

ถ้า​ ณ วินาทีนี้ คุณไม่มีเวลาแล้ว ก็อาจจะข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยก็ได้ครับ แต่ถ้ายังมีเวลาอีกสองนาที ก็ให้ดำเนินการดังนี้ครับ

3.1 Duplicate Layer หน้านวล เมื่อสักครู่อีกที แล้วใช้คำสั่ง Filter > Sharpen > Unsharp Mask ...
ตั้งค่าไปที่ 120%, 1 px, 3% ครับ ยิ่งมาก ภาพยิ่งแข็งครับ ตั้งให้พอดีๆ

3.2 ใช้วิธีเดียวกันกับขั้นตอน 2 ในการสร้าง Mask (กด Alt/Option + click ที่ปุ่ม Mask ในกล่อง Layer ด้านขวาล่าง)

3.3 ใช้พู่กัน (กดปุ่ม B) แล้วไประบายตา, ปาก, ผมให้ทั่วๆ

3.4 รวบเลเยอร์ด้วยคำสั่ง Ctrl + Alt + Shift + E (Command + Option + Shift + E สำหรับ Mac) แล้วตั้งชื่อเลเยอร์นี้ว่า Final หรือ Finished หรืออะไรก็ได้ที่คุณจะเข้าใจว่ามันคือภาพที่จะเอาไปใช้งาน

เพราะว่าเรารีทัชภาพเสร็จแล้วครับ ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอนเท่านี้ (แหม่ แต่มี 2.1-2.6 กับ 3.1-3.4 อีกนะ 555) คุณลุงบิล ก็มีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ลงไปหลายปีเลยทีเดียวครับ ทั้งหมดทั้งมวล ไม่น่าจะใช้เวลาเกิน 5 นาทีต่อรูป

เท่านี้ เราก็เซฟไฟล์งานเป็นสองไฟล์ ไฟล์แรก สกุล .psd ต้นฉบับ ไว้สำหรับแก้ไขในภายหลัง กับ .jpg หรือ .tif สำหรับเอาไปใช้งาน หรืออัพลงเฟส/IG ได้ตามสบายเลยครับ


ป.ล. ถ้าสังเกต จะเห็นนะครับว่า ไม่มีขั้นตอนไหนเลย ที่ผมใช้คำสั่ง Image > Settings > Tint/Saturation ... หรืออื่นใด เพราะนั่นเป็นการปรับสีผิว ที่ถ้าไม่แม่นจริงๆ แล้ว จะกลายเป็นว่าไปเปลี่ยนสีผิวของแบบ ซึ่งไม่ใช่สีผิวที่แท้จริงนะครับ (บางครั้ง อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาได้)


ขอจบ tutorial แต่เพียงเท่านี้ ถ้ามีปัญหาสงสัยประการใด สามารถสอบถามมาได้เลยนะครับ หน้าไมค์หลังไมค์ก็ได้ หรือถ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้ ก็แชร์กันมาได้ครับ ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ


Filter > Blur > Median Blur ?? คือตรงไหนครับ

ของผมมีแค่นี้จริงๆ Ps 6..

8/23/2561

วิธีการ Live Facebook และ Youtube บน PC



สารบัญ

  1. ติดตั้งโปรแกรมสำหรับทำ Live Streaming
  2. ตั้งค่าการใช้งานเบื้องต้น
  3. ใช้โปรแกรมสร้าง Live Streaming
  4. Live Streaming ผ่าน Facebook
  5. Live Streaming ผ่าน YouTube

1. ติดตั้งโปรแกรมสำหรับทำ Live Streaming

โปรแกรมสำหรับทำ Live Streaming มีอยู่หลายตัว เช่น OBSWirecast หรือ XSplitแต่ในบทความนี้จะเลือกใช้ OBS เนื่องจากเป็นซอฟต์แวร์ฟรี และสามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows, Mac และ Linux
ดาวน์โหลดตัวติดตั้ง OBS Studio ได้จาก https://obsproject.com/download

2. ตั้งค่าการใช้งานเบื้องต้น

การจะทำการ Live Streaming เราจะต้องปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับความเร็วอินเตอร์เน็ตที่กำลังใช้งานอยู่ก่อน เพื่อให้เวลา live จริงๆ จะได้ไม่กระตุก
  • เปิดโปรแกรม OBS Studio เลือกเมนู Settings
  • ตั้งค่า Streaming ที่แถบ Output เพื่อปรับ video bitrate ให้เหมาะสมกับความเร็วการอัพโหลดของอินเตอร์ที่เรากำลังใช้งานอยู่ วิธีการคือ ให้ตั้งค่าน้อยกว่าความเร็วอัพโหลดจริงสัก 20% เช่น ความเร็วอัพโหลดอยู่ที่ 3 Mbps ก็ให้ตั้งค่าเป็น 3072–20% ก็จะได้ประมาณ 2500 และให้เลือก encoder ตามที่ต้องการ
  • ถ้าต้องการที่จะบันทึกไฟล์การ live เก็บไว้ด้วย ให้ตั้งค่าเพิ่มเติมที่ Recording โดยกำหนดตำแหน่งที่ต้องการให้บันทึกที่ Recording Path ปรับความละเอียดของไฟล์ที่ Recording Quality (ความละเอียดยิ่งเยอะยิ่งใช้งาน CPU เยอะ) สุดท้ายเลือกชนิดของไฟล์ว่าต้องการให้บันทึกเป็นอะไร เช่น flv หรือ mp4 ที่ Recording Format

3. ใช้โปรแกรมสร้าง Live Streaming

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการใช้โปรแกรม OBS Studio เตรียมหน้าจอสำหรับการทำ Live Streaming โดยในบทความนี้จะแสดงวิธีการสตรีมหน้าจอ แทรกรูปโลโก้ และแทรกหน้าจอจาก Web Cam
  • เปิดโปรแกรม OBS Studio แล้วกดปุ่ม + ที่กรอบ “Source” เพื่อเพิ่มสิ่งที่เราต้องการจะแสดงในหน้าจอการ Live Stream (พื้นที่สีดำๆ)
  • เลือกเพิ่ม Display Capture เพื่อเพิ่มหน้าจอของเราลงไปในหน้าจอของ Live Streaming
  • เมื่อกด Display Capture แล้วจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้ตั้งชื่อของ source อันนี้ เสร็จแล้วกดปุ่ม OK
  • หน้าต่างถัดมาคือการระบุเลือกหน้าจอ หรือจะเอาเฉพาะหน้าต่างโปรแกรมอะไรที่เราต้องการ live
  • ถ้าต้องการจะ Live เฉพาะหน้าต่างโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งให้เลือกที่ Crop แล้วเลือกเป็น To Window จากนั้นหน้าต่างโปรแกรมที่ Window เสร็จกด OK
  • เมื่อระบุหน้าจอที่จะ live เสร็จแล้วให้กดปุ่ม OK ก็จะเห็นว่าหน้าจอที่เราเลือกเข้ามาอยู่ในหน้าจอของ Live Streaming แล้ว
  • ถัดมาจะเป็นการเพิ่มภาพโลโก้คำว่า “Live” ให้อยู่ที่มุมบนขวา เริ่มกดที่ปุ่ม + ของ Sources อีกครั้ง แล้วเลือกที่ “Image”
  • ตั้งชื่อว่า “Live Logo” เสร็จแล้วกดปุ่ม OK
  • เลือกรูปที่ต้องการ โดยการกดปุ่ม Browse เสร็จแล้วกดปุ่ม OK
  • จะเห็นว่ามีโลโก้เพิ่มมาในหน้าจอ Live Streaming แล้ว ซึ่งสามารถเลือกปรับขนาด และปรับตำแหน่งได้ตามต้องการ
  • สุดท้ายจะเป็นการเพิ่มหน้าต่าง Webcam เข้าไปในหน้าจอ Live Streaming ให้กดปุ่ม + ที่ Sources อีกครั้ง คราวนี้ให้เลือกที่ “Video Capture Device”
  • ตั้งชื่อว่า “Webcam” เสร็จแล้วกดปุ่ม OK
  • หน้าต่างถัดมาให้เลือก Webcam ที่ Device และกำหนดขนาดที่ต้องการ
  • เสร็จแล้วกดปุ่ม OK ก็จะมีหน้าจอ Webcam แสดงอยู่ในหน้าจอ Live Streaming แล้ว ซึ่งสามารถปรับขนาด และตำแหน่งตามที่ต้องการได้
  • ก็จะเสร็จขั้นตอนการเตรียมหน้าจอสำหรับการ Live Streaming แล้ว แต่ยังไม่สามารถ Live Streaming เพราะเรายังไม่ได้เชื่อมต่อการสตรีมเข้ากับ Facebook หรือ YouTube
หมายเหตุ การเพิ่ม source ตัวที่อยู่ลำดับบนสุด มันจะไปซ้อนทับตัวที่อยู่ต่ำกว่าตัวมันเป็นชั้นๆ ดังนั้นต้องเพิ่มโลโก้ และ Webcam ไว้บน Display Capture และสามารถแก้ไขลำดับได้ทีหลัง โดยการกดปุ่มลูกศรขึ้น-ลง

4. Live Streaming ผ่าน Facebook

  • เริ่มจากเข้าไปที่ https://www.facebook.com/live/create เพื่อขอ Stream Key โดยให้กดที่ปุ่ม Create Live Stream แล้วทำตามขั้นตอนถัดไป
  • ถัดมาจะเป็นการเลือกว่าเราต้องการที่ Live ไปที่ไหน จะเป็นหน้าโปรไฟล์ของเรา หรือ Page หรือ Group หรือ Event ก็ได้ ในตัวอย่างจะเลือกไปที่ Group
  • ถ้าเลือกเป็น Group ก็ต้องระบุชื่อกลุ่มที่จะ Live เสร็จแล้วกดปุ่ม Next
  • หน้าต่างถัดมาก็จะมีให้ใส่ข้อความที่ต้องการโพส ตั้งชื่อวีดิโอได้ และที่สำคัญจะมี Stream Key ให้เราเอาไปใส่ในโปรแกรม OBS Studio เพื่อเชื่อมต่อมายัง Facebook สังเกตว่าตอนนี้จะขึ้นคำว่า OFFLINE อยู่เนื่องจากยังไม่ได้มีการเชื่อมต่อ
  • เมื่อได้ Stream key มาแล้วให้เอามาใส่ใน OBS Studio โดยเลือกที่ Settings > Stream แล้วเลือก Service เป็น Facebook Live เสร็จแล้วกดปุ่ม OK
  • จากนั้นกดปุ่ม Start Streaming เสร็จแล้วรอการเชื่อมต่อสักครู่
  • เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว จะมีหน้าจอ จะเปลี่ยนจาก Offline เป็นหน้าจอ Preview แสดงขึ้นมา (สังเกตใน Live จะดีเลย์กับหน้าจอเราประมาณ 10 วินาที)
  • เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วให้กดปุ่ม Go Live
  • เมื่อต้องการจบการ Live ให้กดปุ่ม End Live Video รอสักครู่จะมีลิงค์ให้กดดาวน์โหลดไฟล์วีดิโอที่เรา Live จบไป

5. Live Streaming ผ่าน YouTube

  • ในการ Live ผ่าน YouTube นั้น จะต้องทำใน channel ซึ่งเมนู Live Streaming จะอยู่ในส่วนของ Video Manager
  • เมื่อเข้ามาในหน้าจอ Live Streaming แล้ว ให้เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างจนเจอ “ENCODER SETUP” จะมี Stream key อยู่ โดยให้กดปุ่ม Reveal เพื่อดูคีย์ของเรา
  • ซึ่งคีย์นี้จะเป็นคีย์ประจำของ channel ของเรา จะต้องเก็บไว้เป็นความลับ
  • เมื่อได้คีย์มาแล้ว ให้เอามาใส่ในโปรแกรม OBS Studio โดยเลือกที่ Settings > Stream โดยให้เลือก Service เป็น “YouTube / YouTube Gaming” และใส่คีย์ที่ Stream Key เสร็จแล้วกดปุ่ม OK
  • ทำการเชื่อมต่อไปยัง YouTube Live Streaming โดยกดปุ่ม “Start Streaming”รอสักครู่
  • เมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้ว ในหน้าจอของ YouTube จะขึ้นคำว่า Live พร้อมจุดสีเขียว
  • เลื่อนลงมาด้านล่าง จะเจอลิงค์สำหรับแชร์การ Live Streaming นี้
  • เมื่อผู้อื่นเข้าผ่านลิงค์จะเป็นแบบนี้
  • สุดท้ายเมื่อต้องการหยุดการ Live ให้กลับมากดปุ่ม “Stop Streaming” ที่โปรแกรม OBS Studio
จบแล้วครับ สำหรับการทำ Live Streaming ผ่าน Facebook และ YouTube บน PC ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ