2/15/2553

ความแตกต่างของ Router กับ Hub

Hub ,Switch, Bridge, Router มันต่างกันตรงไหนคะ แล้วมันอยู่ใน Layer (OSI Protocol Stack)อะไรกันบ้าง

Hub หรือ Reapter เป็นอุปกรณ์รวมสายสัญญาณระบบเครือข่ายเหมือน Switch
แต่ Hub แตกต่างกับ Switch ตรงที่ Hub มี 1 Boardcast 1 Collision
ส่วน Switch มี 1 Boardcast และ Collision มากกว่า 1 Collision
เช่น 100Mbps Switch 16 Port มี 1 Boardcast 16 Collision Daterate 100Mbps per port (Dual Speed)
แต่ถ้า 100Mbps Hub 16 Port มี 1 Boardcast 1 Collision Datarate 100Mbps หาร 16 จะได้ความเร็ว Datarate ต่อ Port(โดยยังไม่คิด Collision Domain)
ทำให้ Switch มี Utilization ดีกว่า Hub และได้ความนิยมมากกว่า
Bridge กับ Switch มีความสามารถในกับจัดการ Traffic ในชั้น DataLink Layer คล้ายกัน โดยใช้ Bridging Table เป็นตัวคำนวณเส้นทางเดินของข้อมูล
แต่ Bridge ใช้ Software ในการทำงาน จึงทำงานได้ช้า และ สามารถขยาย Port ได้เพียง 16 เท่านั้น จึงทำให้ Bridge ไม่ได้รับความนิยม ปัจจุบันไม่มี Bridge ขายแล้วนะครับ
Switch ใช้ Hardware ในการทำงาน จึงทำงานได้เร็วกว่า Bridge สามารถขยาย Port ได้ไม่จำกัด ปัจจุบัน Switch มีความสามารถสูงมากทั้งในการทำ Virtual LAN ทำ Spanning Tree โดยใช้ BPDU เป็น Protocol ในการติดต่อ
Switch Layer 3 มีความสามารถทำ Routing Table ได้ ปัจจุบันมี Switch Layer 7 ที่มีความสามารถสูงมาก ทำงานได้ครบทั้ง 7 Layer อยากรู้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cisco.com

ส่วนที่หัวข้อกระทู้ถามว่า "ความแตกต่างของ Router กับ Hub"
Router มีความสามารถแบ่ง Boardcast ได้มากกว่า 1 Boardcast ซึ่ง Hub และ Switch(Layer 2) ไม่สามารถทำได้
อีกทั้งในตัว Router ยังมี Routering Tables เพื่อคำนวณหาเส้นทางเดินของข้อมูลได้

-----------------------------------------------------------------------------

ผมขออธิบายจากลักษณะการต่อlan นะครับ
ในสมัยก่อนland card มีหัวต่อที่เรียกว่า Coaxe ทำได้เราต่อสายlan เรียงกันไปเรื่อยๆได้เหมือนต่ออนุกรม
ในปัจจุบันland card ใช้หัวต่อที่เป็น RJ45 จึงไม่สามารถต่อเรียงๆกันได้อีกจาก lan card แต่ละเครื่องจึงต้องต่อไปเข้า hub ครับดังนั้นจึงเป็นการต่อแบบstar โดยมี hub เป็นศูนย์กลาง เราเรียกคอมพิวเตอร์ที่ต่อรวมกันเป็นnetwork นี่ว่า วงlan
ในวงlanนี่อาจใช้ switching แทน hub ได้ เพราะมันก็คือhub ที่เก่งกว่าhub ปกติ
คราวนี้ถ้าเรามีlan มากกว่า 1วง ครับ และต้องการทำการเชื่อมต่อแต่ละวงเข้าด้วยกันก็ต้องอาศํยอุปกรณ์ที่เรียกว่า bridge หรือ router มาเชื่อมครับ

---------------------------------------------------------------------------------

ถ้าแบ่งกันตามปกติงานของ hub ก็จะทำงานอยู่ในชั้นที่ 1 ของ osi 7 layer โดยที่จะทำงานในเรื่องของการส่งต่อข้อมูลออกไปที่ port อื่นๆที่ไม่ใช่ port ที่เข้ามา โดยจะส่งในรูปของสัญญาญไฟฟ้าเป็น bit โดยที่อาจจะมีการกำหนดว่า ขนาดไฟ 5 โวลต์เป็น 1 หรือ ถ้าไม่มีเลยเป็น 0 ทำนองนี้หรือนอกจากนั้นอาจจะวัดจากการที่ check ว่ามีการเปลี่ยน state หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องของสัญญาณที่ใช้ส่งในสาย อาจจะไม่ถูกต้องทีเดียวนักแต่ก็ idea เช่นนี้

ส่วน switch นั้นจะมีความสามารถที่สามารถทำงานได้สูงกว่า hub ตรงที่ว่า switch จะทำงานในชั้น data link โดยที่ switch จะสามารถตรวจสอบตำแหน่งของอุปกรณ์ NIC (Network Interface Card) ได้โดยใช้ physical address ที่มีอยู่ในตัว NIC หรือที่เรียกว่า MAC address เป็นตัวระบุตำแหน่ง
เช่น 09-00-46-BD-A0-11 ซึ่งหมายเลขนี้ที่ตัวอุปกรณ์ card lan นั้นจะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละ NIC Card จึงสามารถที่จะใช้ระบุตำแหน่งให้กับ frame ข้อมูลที่ถูกส่งไปได้ว่า destination mac address เป็นหมายเลขอะไร

ส่วน router นั้นจะมีความสามารถที่สูงกว่าทั้ง switch และ hub โดยที่ router นั้นนอกจากจะ check ระดับ data link ก็ได้แล้ว router ยังสามารถที่จะทำงานต่อในชั้น network layer ได้ด้วย (router = layer 3 devices) เพราะฉะนั้นก็แปลว่า router สามารถ check ได้ถึงในระดับ Internet Protocol หรือก็คือ IP address นั่นเอง ส่วนเรื่องของการแบ่ง domain นั้น ที่ router interface (port) จะสามารถกรองเอาหมายเลข ip ที่เป็น broadcast ออกไปได้เพื่อป้องกันการเกิด แพ๊กเก็ตที่เป็น broadcast กระจายออกไปทั้งระบบเครือข่าย ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่า router นั้นจะสามารถช่วย เพิ่มจำนวน broadcast domain และลดขนาดของ broadcast domain ลง ได้

ส่วนเรื่องของ broadcast domain นั้นพูดง่ายก็คือ ... เอาตัวอย่างไปดีกว่านะครับ ก็เช่นว่าถ้ามีใครซักคนส่ง ip ที่เป็น broadcast ออกไป ถ้าเครื่องไหนได้รับ packet นี้ก็แสดงว่าอยู่ใน broadcast domain เดียวกัน

ส่วน collision domain นั้น ก็.. เหมือนเดิมครับใช้ตัวอย่าง 555 ถ้าเครื่องไหนส่งแล้วทำให้เครื่องอื่นต้องหยุดรอห้ามส่งไม่งั้น แพ๊กเก็ตจะชนกัน แล้วล่ะก็เครื่องพวกนั้นอยู่ใน collision domain เดียวกันครับ ส่วนอุปกรณ์ที่ไม่สามารถแบ่ง collision domain ได้นั้นก็คือ hub นั่นเอง ในกรณีของ ethernet ที่ใช้เทคโนโลยี CSMA/CD (carrier sense multiple access with collision detection) นั้น (CSMA/CD == การแย่งกันส่งใครอยากส่งก็ส่ง แต่ถ้าชนก็ส่งกันใหม่หมด ไม่พูดรายละเอียดนะ 555) เอ๊ะเขียนมากแล้วงงตัวเอง เอาแค่นี้ละกัน

สรุป
hub = layer 1 device
switch and bridge = layer 2 device ( layer 2 ใน osi นะ)
router = layer 3 device

ส่วน switch กับ bridge ก็แยก mac address ได้เหมือนกัน
แต่ switch เร็วกว่า bridge ครับ เหมือนกับที่คุณความคิดเห็นที่ 5 พูดแหละครับ

พูดแล้วถ้าเห็นภาพไม่ชัดก็อาจจะลองใช้โปรแกรม simulation ดูก็ได้เช่น packet tracer ของ cisco หรือพวกตัว simulation ตัวอื่นๆ แต่อาจจะต้องเสียเวลาหาหน่อยครับ

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมก็หาได้จาก ที่เดิมครับเจ้าพ่อโลก network
http://www.cisco.com/
------------------------------------------------------------------------------------

เอาแบบเข้าใจง่าย ๆ นะคับ สำหรับขอ้แตกต่างระหว่างสวิทกะฮับคับ
คือต้องมีความรู้เรื่อง layer ก่อนนะคับ จะมี layer อยู 7 ขั้นนะคับ
เราจะข้ามเรื่องเลเยอร์ไป และมาเข้าใจที่หลักการทำงานของฮับกันก่อนคับ
ฮับ คืออุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณจากเครือ่งคอมพิวเตอร์จากแลนของเรา ผ่านออกพอร์ตทุกพอร์ตของแลนที่มีการต่อใช้งาน โดยที่แลนนี้จะอยู่ในเลเยอร์ที่ 1 นะคับ คือ มีหน้าที่ส่งข้อมูลออก
ส่วน สวิทช์ก็คือ อุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณเหมือนกันกับฮับคับ แต่ต่างกันที่สวิทสามารถ กำหนดได้ว่าจะจ่ายสัญญาณให้กับพอร์ตไหนของสวิตช์ คือว่าไม่ได้จ่ายออกมาหมด โดยจะมีสวิตช์ไว้เลือกว่าจะจ่ายสัญญาณให้กับเครือ่งไหน ดูได้จากแอลอีดีคับ โดยที่สวิทจะอยู่ในเลเยอร์ 2 คือสามารถสร้าง mac address ได้นะคับ คือมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ปัจจุบัน มีสวิตช์เลเยอร์ 7 แล้วนะคับ ส่วนเลเยอร์ที่ 3 ก็สามารถกำหนดค่า Ip adress คับ เพิ่มค่าความปลอดภัยในระบบได้มากเลย

-----------------------------------------------------------------------------

1 ความคิดเห็น: